เลือกตั้งสกปรก 2500 ทำให้นิสิตนักศึกษาเคลื่อนไหว

เลือกตั้งสกปรก 2500 ทำให้นิสิตนักศึกษาเคลื่อนไหว

ในบรรดากลุ่มบุคคลที่เคลื่อนไหวทางการเมือง “นิสิตนักศึกษา” เป็นกลุ่มหนึ่งที่มีพลังในการขับเคลื่อน แม้จะมีบุคคลบางกลุ่มมองว่าไม่เหมาะสม ไม่ใช่หน้าที่ (หน้าที่ของพวกเขาคือการศึกษา) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษาในอดีตที่ผ่านมาในบ้านเมืองเราหลายๆ ครั้ง มีผลกระทบกับการเมืองของประเทศเพียงใด

การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนิสิตนักศึกษานั้น สุปรีดา ลอตระกูล ได้ค้นคว้าและอธิบายไว้ในวิทยานิพนธ์ชื่อ “การวิเคราะห์พํฒนการขบวนการนิสิตนักศึกษา” (วิทยานิพนธ์คุรุศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2529 ) อย่างน่าสนใจ จึงขอคัดย่อบางส่วนมานำเสนอในที่นี้

ย้อนกลับไปในอดีตที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2483 นิสิตนักศึกษาและประชาชนร่วมเดินขบวนในการเรียกร้องดินแดนอินโดจีนที่ไทยสูญเสียให้ฝรั่งเศส ในสมัยรัชกาลที่ 5 นับเป็นครั้งแรกที่นิสิตนักศึกษาเคลื่อนไหวในรูปแบบของกลุ่มพลังต่อสาธารณชน แม้จะเกิดด้วยอิทธิพลของอุดมการณ์ชาตินิยมและการโฆษณาของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม

แต่ก็ทำให้นิสิตนักศึกษาเกิดสำนึกที่จะต้องการรับผิดชอบต่อสังคม

หลังจากนั้นมาก็นิสิตนักศึกษาก็เริ่มแสดงออกถึงความคิดต่างๆ โดยในระยะแรก เป็นในรูปแบบของการดำเนินงานของ สโมสรมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นกลุ่มที่มีบทบาทนำในการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากที่สุด กิจกรรมที่นิสิตนักศึกษาทำก็มีหลากลาย เช่น

พ.ศ. 2491 นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประท้วงสำนักอบรมบัณฑิตสภา เนื่องจากถูกริดรอนสิทธิที่ได้รับแต่เดิม เมื่อสำนักอบรมบัณฑิตสภากำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษาทางกฎหมาน ต้องเข้ารับจากสำนักก่อนที่จะประกอบอาชีพทางกฎหมาย นักศึกษาจึงรวมกันประท้วงโดนการชุมนุมไม่เข้าฟังการบรรยาย

พ.ศ. 2493 คณะกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประกาศสนับสนุนขบวนการสินติภาพสากล ที่จัดประชุมสมัชชาที่กรุงสต๊อกโฮม และมีมติที่ประชุมออกมาว่า ขอให้มีการห้ามใช้อาวุธปรมาณูโดยปราศจากรเงื่อนไข เพราะอาวุธปรมาณูเป็นเครื่องมือในการรุกรานและทำลายมนุษย์

ในปีเดียวกัน นักศึกษามหาวิทยาลับธรรมการศาสตร์ได้ประท้วง กระทรวงมหาดไทยที่ ที่ออกประกาศ กฎ กพ. ที่ 110 ให้รัฐศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการคัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการชั้นตรีได้ทันที และมีเงินเพิ่มค่าวิชาอีก 30 บาท

แต่บัณฑิตรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะบรรจุได้เมื่อมีตำแหน่งว่างในอัตราชั้นจัตวาอันดับ 3 รับราชการ 1 ปี จึงปรับเป็นชั้นตรี ไม่มีเงินเพิ่มค่าวิชาการ ในที่สุดกระทรวงหมาดไทยต้องยอมยกเลิกกฎดังกล่าว ให้บัณฑิตของสองสถาบันมีสิทธิเท่าเทียมกัน

พ.ศ. 2494 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสันติภาพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งนอกจากจะรณรงค์ต่อต้านสงครามและการใช้อาวุธปรมาณูแล้ว ยังคัดค้านการส่งทหารไปช่วยรบที่ประเทศเกาหลีด้วย

พ.ศ. 2500 เป็นครั้งแรกที่นิสิตนักศึกษาจากทุกสถาบันได้ร่วมกันเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชน เมื่อเกิดการเลือกตั้งสกปรกขึ้น แม้บทบาทของนิสิตนักศึกษายังเป็นเพียงผู้พิทักษ์ความถูกต้อง ไม่ได้แสดงบาทบาทในการวิเคราะห์สะท้อนปัญหา หรือเป็นผู้นำในการเสนอความคิดเห็นใหม่ๆ ก็ตาม

แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของนิสิตนักศึกษา ได้รับความสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากประชาชนเองก็ไม่พอใจการเลือกตั้งสกปรก 2500 ที่กระทำอย่างออกนอกหน้า มีการบันทึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า

“…บรรดาหนังสือพิมพ์ต่างๆ ลงบทความโจมตี ประชาชนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ที่ท้องสนามหลวงมีการพูดไฮปาร์ค โจมตีรัฐบาลอย่างหนักหน่วง ประชาชนมาฟังกันล้นหลาม…2 มีนาคม 2500 นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หยุดเรียนและชุมนุมกันที่สนามหญ้าหน้าหอประชุม เพื่อประท้วงการเลือกตั้งและลดธงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยระบอบประชาธิปไตย…นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ และประชาชนทยอยมาสมทบ…ขบวนเคลื่อนสู่ทำเนียบ ประชาชนทยอยมาไม่ขาดสายเต็มถนนหน้าทำเนียบและถนนริมคลอง…”

หลังจากนั้นนิสิตนักศึกษาสถาบันทั้ง 5 (ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,มหาวิทยาลัยแพทย์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร) ก็มีการเยี่ยมเยืออนแลกเปลี่ยนพูดคุยกันมากขึ้น จนนิสิตนักศึกษา 5 มหาวิทยาลัยได้หารือกันเพื่อจัดตั้ง สหภาพนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (Students Federation of Thailand) อย่างไรก็ตามการจดทะเบียนก่อตั้งสหภาพดังกล่าวต้องยุติลงด้วยเกิดการรัฐประหาร พ.ศ. 2501

วันนี้นอกจากการการเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้ว นิสิตนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ก็คือผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งด้วยเช่นกัน