ประเด็นร้อน เมื่อเพจบันเทิงดัง เจ๊มอย 108 เม้าท์ข่าวพระเอกช่องแกรมมี่ควงสาวประเภทสองเดินห้าง จู๋จี๋หอมกันกลางห้างไม่สนโลก

loading...

แถมยังโพสต์ภาพแอบถ่ายของนักแสดงหนุ่มค่ายแกรมมี่ เมฆ จิรกิตติ์ ถาวรวงศ์ และนางแบบสาวประเภทสอง เฟรม วรณัน นลัทวรสกุล ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ และหลายคนสงสัยว่าสรุปแล้วเรื่องเป็นยังไงกันแน่
ล่าสุด เมฆ จิรกิตติ์ ได้ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวผ่านทางรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน รวมทั้งพูดถึงความสัมพันธ์กับแร็ปเปอร์สาว วันเดอร์เฟรม ว่าห่างกันได้ 2 เดือนแล้ว ถามถึงข่าวอักษรย่อ พระเอกช่องแกรมมี่ควงสาวประเภทสอง?
“ตั้งแต่เห็นอักษรย่อ ผมก็คิดว่าเป็นผมแหละ เพราะผมได้ไปกับน้องเฟรมจริงๆ แต่ว่าไม่ได้มีการกอด หอม อะไรแบบนั้นแน่นอนครับ วันนั้นผมมีธุระ ผมจะไปซื้อของที่สยามอยู่แล้ว แล้วน้องเขาไปทำงานที่สยามพอดี ผมก็เลยชวนน้องกินข้าวครับ”

รู้จักกันมากี่ปีแล้ว?
“น่าจะรู้จักกันมา 2-3 ปีแล้วครับ แต่ไม่มีอะไรเกินเลยครับ เราไม่ได้นัดกันเป็นกิจจะลักษณะขนาดนั้นด้วย บังเอิญอยู่สยามเหมือนกันพอดี ก็เลยชวนไปกินข้าวครับ”

วันนั้นรู้สึกว่ามีคนจับจ้องเรามั้ย?
ตามปกติผมก็จะสังเกตได้บ้างว่ามีคนตามดูอยู่ แต่วันนั้นผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าผมโดนถ่ายรูปตรงไหน อีกอย่างนึงคือดูจากมุมกล้องแล้ว เขาน่าจะช่ำชองในการถ่ายมากๆ (หัวเราะ)”
ประเด็นที่เขาบอกว่าไปจูบ นัวเนียกลางห้าง มันเป็นจังหวะไหน?
“ผมคิดว่าน่าจะเป็นตอนที่แกล้งกัน เล่นกันมากกว่า ก็เลยอาจจะเป็นจังหวะที่เขาคิดว่าเราจู๋จี๋ สวีตกันหรือเปล่า แต่จริงๆ ไม่ใช่ครับ เหมือนวันนั้นผมไม่แน่ใจว่าคุยกันเรื่องอะไร แต่มีการดึงแขน จับแขนประมาณนั้น (มีช่วยถือกระเป๋ารึเปล่าคนเลยเข้าใจผิด?) จริงๆ ในรูปนั้นเป็นกระเป๋าผมนะครับ แต่ว่าถ้าเป็นของกระจุกกระจิกตามปกติผมจะเป็นคนช่วยถืออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามครับ”

ตกใจมั้ยที่เจอข่าวแบบนี้?
“ก็ค่อนข้างตกใจครับ แต่ผมคิดว่าเหมือนเป็นความเคยชินของผมแล้วมากกว่า ที่มักจะเจอข่าวอะไรแบบนี้ครับ”

loading...

เข้าไปไล่อ่านคอมเมนต์บ้างมั้ย?
“ไม่ถึงกับไล่อ่าน แต่ว่ามีเพื่อนในเฟซบุ๊ก เขาก็แชร์ บางทีเขาก็แท็กเราบ้าง บางทีเขาก็แชร์ แต่เราเห็นอยู่แล้ว ก็ได้เห็นบ้างครับ”

ได้รับผลกระทบอะไรบ้างมั้ย?
“สำหรับผม ผมไม่คิดว่ามันกระทบอะไรมากครับ คืออันนี้ความรู้สึกผมนะ ผมคิดว่าพอมันเป็นเรื่องว่าเราไปเดตกับใครสวีตกับใครก็ตาม มันก็แค่นั้นเอง แล้วผมก็คิดว่าสมัยนี้แล้ว คนอาจจะคิดว่าเขาเป็นสาวทรานส์ แต่ผมคิดว่ามันไม่ได้เกี่ยวเลย คือสมมติถ้าเกิดผมเดตกับน้องเขาจริงๆ มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้วครับ แต่ว่าผมไม่ได้เดตกับน้องเขาเท่านั้นเอง”
ส่วนตัวเราสามารถคบได้มั้ย?
“สำหรับผม ผมคิดว่าความรักถ้ามันเกิด เราไม่ได้แคร์หรอกครับว่าเขาจะเป็นเพศไหน เพศสภาพอะไร อายุเท่าไหร่ มันเป็นเรื่องปกติของความรักมากกว่านะ ในฐานะมนุษย์ เวลาเรารักใคร เราควรจะรักเขาที่ตัวบุคคล ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเขาเป็นอะไร”

โกรธมั้ยที่คนต้องการเรียกร้องความเท่าเทียมเรื่องเพศ แต่พอเจอข่าวแบบนี้ กลายเป็นว่าแบ่งแยก ถ้าเราจะไปกับสาวทรานส์แล้วมันผิดตรงไหน?
“จริงๆ ผมมีความเคืองนะ แต่ผมไม่ได้เคืองเรื่องที่ว่าเฮ้ย… คือมันมีคอมเมนต์ที่ค่อนข้างแรงกับน้องเขา ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ควรเลย คือต่อให้เราคบกัน คุยกันจริงๆ น้องเขาไม่สมควรจะโดนสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เพราะว่ามันไม่เกี่ยวกับยุคสมัยด้วยนะ คือยุคสมัยมันควรทำให้เรายอมรับมันได้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาก็คือมนุษย์เหมือนกัน เวลาคนเรารักกันมันผิดเหรอ”

หลังจากมีช่าวได้คุยกับน้องมั้ย?
“ก็มีพิมพ์ไปขอโทษบ้าง ที่ทำให้น้องเขามีปัญหา เพราะว่าบางทีผมอาจจะเล่นเยอะไป เลยทำให้น้องเขามีปัญหาไปด้วย ถามว่าน้องเครียดมั้ย คือเขาค่อนข้างเครียด เพราะเขากลัวว่าจะทำให้ผมมีปัญหาไปด้วยหรือเปล่ามากกว่า ผมก็พยายามบอกเขาอยู่ ว่ามันเป็นปัญหาของผม เดี๋ยวผมจะพยายามจัดการทั้งหมดให้ดีที่สุด ไม่ให้น้องเขาเสียหายแน่นอนครับ”

loading...

ถ้าวันนึงไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วเจอแบบนี้อีก จะเกร็งหรือกดดันมั้ย?
“ไม่เกร็งนะครับ ผมแค่รู้สึกว่าผมมีเพื่อนเป็นผู้หญิงเยอะ ผมมีเพื่อนหลายแบบมาก ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน รสนิยมเพศแบบไหน คือผมมีเพื่อนเยอะมาก แล้วเวลาผมไปเที่ยวกับใครก็ตาม ผมไม่ค่อยแคร์อยู่แล้ว ว่าเราจะต้องระมัดระวังตัวนะ เดี๋ยวคนจะเข้าใจว่าเรามาเดตกัน ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นอยู่แล้ว ไม่งั้นผมก็คงไม่ได้ไปเจอเพื่อน กินข้าวกับเพื่อนแน่นอน”
อย่างคอมเมนต์แรงๆ ที่บอกว่าเรามีรสนิยมด้านนี้อยู่แล้ว เรารู้สึกยังไง?
“ถ้าพูดตามตรง ผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องที่ว่าเราจะคบกับใคร แต่ว่าที่ผ่านมาผมคบแต่ผู้หญิงเท่านั้นเองครับ สมมติผมชอบผู้ชาย ถามว่ามันเป็นเรื่องแปลกหรือเปล่าในยุคนี้ ผมรู้สึกว่าไม่นะ ผมคิดว่าในยุคสมัยนี้ เราควรจะยอมรับไม่ว่าเขาจะมีรสนิยมทางเพศแบบไหน และในขณะเดียวกันสำหรับผม ผมก็มองน้องเขาเป็นผู้หญิง”

พอมีเพจต่างๆ ลงข่าวแบบนี้แล้ว มันเหมือนเป็นการลดความเท่าเทียมที่เรียกร้องกันอยู่มั้ย?
“ผมรู้สึกว่าเราสามารถเอาประเด็นที่เกิดขึ้น มาทำให้คนตระหนักรู้ได้ในเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศ ผมเป็นคนนึงที่มีเพื่อนเป็น LGBT ค่อนข้างเยอะ คือผมโดนคำพูดว่า เฮ้ย เมฆเป็นหรือเปล่า มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์เลย กับการที่ว่าเราพูดเหมือนกับว่าเขาเป็นคนที่ไม่ปกติ

ทั้งๆ ที่จริงแล้ว เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน เขาก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเราเลย เขามีชีวิตปกติทั่วไป เพียงแค่รสนิยมทางเพศของเขา ความรักของเขา มันไม่ใช่แบบชายหญิงเท่านั้นเอง ถามว่ามีไปเรียกร้องกับเพจนั้นมั้ยว่าไม่ควรเอามาลงแบบนี้ ผมไม่ได้ไปอะไรขนาดนั้นครับ”

ไม่ได้ซีเรียส?
“ไม่เครียดครับ ถ้าพูดตามตรงอย่างที่ผมเห็นตามที่เพื่อนผมแชร์ เขาก็รู้สึกว่าเออ สมัยนี้แล้ว แค่ผมไปกินข้าวกับผู้หญิงคนหนึ่ง ทำไมจะต้องมีปัญหา พูดกันในทางที่ดูเป็นเรื่องผิดปกติ ทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติมากๆ”
ถามถึงความรักบ้าง ข่าวนี้กระทบกับความสัมพันธ์ของเรากับวันเดอร์เฟรมมั้ย?
“สำหรับวันเดอร์เฟรม เราคุยกันแล้วว่าเป็นเพื่อนดีที่สุดครับ แต่เราก็ยังดีต่อกันอยู่ แต่เป็นเพื่อนกันครับ”

นานแค่ไหนที่คุยกันแล้วว่าเป็นเพื่อนดีกว่า?
“จริงๆ เราคุยกันมาเรื่อยๆ คุยมาสักพักหนึ่งว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นเพื่อนนี่แหละดีที่สุดแล้ว”

เหตุผลอะไรที่ทำให้เราอยากจะเหลือความเป็นเพื่อนก็พอ?
“มันเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ด้วยครับ ไลฟ์สไตล์เราสองคนมันค่อนข้างต่างกัน แล้วเรื่องของการทำงาน ชีวิตต่างๆ คือเรามีวิธีการคิดที่เรารู้สึกว่า เมื่อเราเป็นเพื่อนมันเข้ากันได้ เรารู้สึกว่ามันเข้าได้ดีที่สุด เมื่อเราเป็นเพื่อนกันครับ”

เฮิร์ตมั้ยครั้งนี้?
“ครั้งนี้ไม่ได้เฮิร์ตเท่าไหร่ครับ เพราะเราคุยกันอย่างเข้าใจ แต่ว่าก็ขอพักก่อนแล้วกันครับ (หัวเราะ) ช่วงนี้ผมคิดว่าผมไม่อยากจะมีประเด็นอะไรเพิ่มแล้ว”
เรื่องความรักเหมือนไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ มีท้อมั้ย?
“ผมไม่ท้อนะครับ คือเรื่องความรัก สำหรับผมมันเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตมากกว่า เราไม่สามารถบอกได้หรอกว่าเรามีความรักกับคนโน้นคนนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว เราท้อ เราจะไม่ขอรักอีก สุดท้ายมันก็ทำไม่ได้หรอกครับ ถ้าเกิดว่าเราเกิดมีความรักขึ้นมา ยังไงๆ สุดท้ายเราก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความรักมันสมบูรณ์ครับ”

ห่างกันมานานแค่ไหนแล้ว?
“ประมาณหลักเดือนครับ ผมไม่แน่ใจ ประมาณ 2 เดือนกว่าๆ ครับ”

ยังสามารถเจอกันได้?
“เจอกันได้ครับ สบายๆ ก็เป็นเพื่อนกัน ถามว่าได้เจอกันมั้ยหลังเป็นเพื่อนกัน ช่วงนี้ไม่ได้เจอครับ ก็มีไลน์คุย โทรคุยกันบ้างครับ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เดี๋ยวเราจะมีงานร่วมกันด้วย ต้องมีการคุยบ้างนิดหน่อย ต้องเจอกันอยู่แล้ว”

ความรู้สึกมันจะแปลกๆ มั้ยตอนเจอกัน?
“ก็ไม่แน่ใจครับ ต้องไปลองดู (หัวเราะ) อันนี้คาดเดานะครับ ผมคิดว่าเราน่าจะเจอกันอย่างแฮปปี้ ยิ้มได้ ไม่มีปัญหาอะไรกัน เพราะเราจบกันด้วยดี”

Facebook Comments
loading...