“แต้ว-ณฐพร” เคลียร์ทุกปมดราม่าหลังถูกมองมูฟออนจากรักเก่ากับ “ไฮโซณัย”

“แต้ว-ณฐพร” เคลียร์ทุกปมดราม่าหลังถูกมองมูฟออนจากรักเก่ากับ “ไฮโซณัย”

ยังคงเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอยู่อย่างมากสำหรับความสัมพันธ์ของนางเอกสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ กับไฮโซคนดัง ไฮโซณัย ที่ช่วงหลังๆเรามักจะได้เห็นโมเมนต์หวานๆของทั้งคู่ผ่านอินสตาแกรมสตอรี่อยู่เสมอ ซึ่งเหมือนเป็นการเปิดตัวกลายว่าตอนนี้คบหาดูใจกันอยู่ ซึ่งจากภาพดังกล่าวทำให้สาวแต้วมีคอมเมนต์มาถึงเจ้าตัวอย่างหลากหลาย ทั้งชื่นชม ให้กำลังใจและต่อว่าที่เจ้าตัวมูฟออนไว้ รวมถึงหนีไปคบไฮโซเหมือนคนในแก๊งเพื่อน

ล่าสุดเจอตัวสาวแต้ว เจ้าตัวก็ได้เคลียร์ทุกประเด็นให้ฟังแบบชัดๆทันที

“เรื่องไปทานอาหารญี่ปุ่นกับพี่เขา(ไฮโซณัย)คือได้มาเจอกันหลายๆคน แต่ไม่ได้เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอะไรคือถ้าเป็นวันนั้น เป็นการผ่าน ไอจีสตอรี่ของไอจีคนอื่น ถ้าเป็นทางการไม่น่าจะเผลอขนาดนั้น(ยิ้ม)จริงๆเรื่องนี้แต้วว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องค่อยๆ เรียนรู้ มันไม่ใช่อีเวนต์ที่จะต้องเปิดตัวหรือแกรนด์โอเพ่นนิ่งอะไร(ยิ้ม)ที่คนแซวเยอะๆก็ไม่ได้เรียกว่าเขินแค่แบบว่าทำไมต้องเหมือนหาวาระอะไรให้กับเรื่องพวกนี้ด้วย(ยิ้ม)และกับพี่เขา(ไฮโซณัย)ก็เคยไปทานข้าวกับคุณแม่หลายรอบแล้ว”
“สำหรับความสัมพันธ์กับพี่เขา(ไฮโซณัย)ก็ดีค่ะ เหมือนเราค่อยๆรู้จักกันไป ทุกอย่างมันก็ต้องใช้เวลาเนอะ ก็ค่อยๆเรียนรู้ไป ตัวเขาเองก็คงไม่เขินมั้งที่ถูกจับตามองเพราะเวลามีภาพตามโซเชียลถามว่าเขาซีเรียสไหมก็ไม่นะคะ เขาก็ไม่ได้พูดอะไร สถานะตอนนี้ก็เรียกว่าเป็นเพื่อนที่เราพยายามรู้จักกันให้มากขึ้น เรียนรู้กันอะไรแบบนี้ ส่วนครอบครัวและแก๊งเฟอร์บี้ไฟเขียวไหม เอาเป็นว่าก็เป็นคนที่เรารู้สึกหวังดีด้วย และเราก็เชื่อว่าเขาหวังดีกับเรา เราเลยอยากจะพาไปรู้จักกับคนที่เราอยากให้รู้จัก คำว่าไฟเขียวถ้าจะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ หรือจะใช่ก็ไม่ได้ อย่างตอนที่เราเป็นแฟนกับพี่ต้น เราก็ยังอยู่ในสายตาคุณพ่อคุณแม่มาตลอด ยังโดนว่า ยังโดนติ เราเลยคิดว่ามันไม่ได้มีคำว่าไฟเขียวขนาดนั้น เพราะทุกๆอย่างในชีวิตเรา เราจะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ตลอด คงไม่ได้มีไฟแดงไฟเขียวอะไร”

“ส่วนเรื่องต้นที่คนชมดูแลครอบครัวเราดีตอนงานศพคุณพ่อคือเราก็มองเขาเป็นเหมือนคนในครอบครัวอยู่แล้ว อย่างพี่เต๋าเองเวลามีงานอะไรก็จะชวนพี่ต้นมาด้วย เราก็รู้สึกว่าอยากให้เขามา อีกอย่างเขาเองก็ผูกพันกับคุณพ่อมาก คุณพ่อเห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆด้วยกันและเขาก็มาด้วยความเต็มใจ ตั้งใจจริงๆ เขาอยากที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณคุณพ่อด้วย เรารู้สึกว่าเขาเหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่งเพราะเราเองก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่หวังดีกับเราคนหนึ่ง และเราก็หวังดีกับเขา เหมือนพี่ชายที่ดูแลทุกคนในงาน”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า โดนกระแสโจมตีว่ามูฟออนจากรักเก่าเร็ว ทำให้โดนต่อว่าหนักมากๆ สาวแต้วก็เล่าว่า “แต้วก็เห็นนะคะ แต่ไม่ได้เอามาคิด แต้วว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการพูด แต่แต้วคิดว่าเป็นการตัดสินใจของเราในทุกๆเรื่อง กว่าจะมาถึงวันนี้มันก็ใช้เวลา ทั้งตอนที่เรามีปัญหา ใช้เวลาในการแก้ไขมาประมาณหนึ่ง จนถึงวันนี้ ถามว่าเสียใจไหม เราก็เสียใจอยู่แล้ว แต่ทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทุกข์ หรือความสุข เราก็เรียนรู้ที่จะก้าวออกมา ทุกข์ก็อย่าไปทุกข์นาน เรื่องที่ทุกข์ที่สุดในชีวิต กลัวมากๆคือการเสียคุณพ่อ เราก็ต้องมูฟออนออกมาให้เร็ว เพราะต้องกลับใช้ชีวิตเหมือนเดิม หรือเวลาเรามีความสุขมากๆ ก็อย่าไปยึดติดมากพยายามอยู่กับตรงนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้แล้วมันก็เกิดขึ้นเร็วมากๆ พยายามมีสติ ไม่ว่าคนจะพูดอะไร แต้วก็ไม่ตัดสิน ไม่ไปพูดกับเขาว่ามันไม่ควรพูด แต้วก็ฟรีๆเพราะไม่สามารถห้ามใครได้และไม่มีใครสามารถห้ามแต้วได้เหมือนกัน เพราะมันคือการตัดสินใจของเราที่เราจะรับผลกระทบเอง”

“แต่ที่คนไม่มูฟออนด่าแต่เรื่องเดิมๆแต้วไม่หงุดหงิดใจเลย เรารู้สึกว่าพูดได้เต็มที่ไม่เป็นไร เราก็ใช้ชีวิตของเรา สิ่งที่เราทำวันนี้ ก็มีผลในอนาคตของเรา คำพูดของใครไม่ได้จะมาทำให้มีผลกระทบอะไรกับชีวิต เราแคร์คนรอบๆข้าง ไม่ทำให้ใครเสียใจกับการตัดสินใจของเราก็พอแล้ว ส่วนที่คนมองว่าเราคบไฮโซตามเพื่อนก็เป็นเหมือนคำสรุปสั้นๆ แต่แต้วว่าจริงๆ มองตื้นไป กว่าจะมาถึงวันนี้เราผ่านมาเป็น 10 ปี กว่าจะพิสูจน์ว่าเราไปกันไม่ได้ ผ่านการแก้ไขและไม่แก้ไขมาเยอะมาก การที่ไปตัดสินใจแบบนั้นก็ตื้นไป เรื่องคำว่าไฮโซแต้วก็ไม่รู้ เพราะแต้วก็ไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ยังไง หรือว่าคนที่ถูกเรียกเขาจะชอบหรือไม่ชอบ คนที่เขาไม่ชอบก็ไม่ค่อยแฟร์เหมือนกัน ที่จะต้องถูกจำกัดความแค่คำนี้ เขาอาจจะอยากถูกมองเป็นอย่างอื่นหรือเปล่าในสิ่งที่เขาทำ แต่ถ้าคนชอบแต้วก็ไม่แตะอะไรคือแต้วก็ใช้ชีวิตของแต้ว เราก็บาลานซ์ให้ทุกคนแฮปปี้ เพราะแต้วรู้สึกว่าไม่อยากทำให้ใครไม่แฮปปี้ค่ะ”