ดีเจอ๋อง เผยปมในใจ โดนล้อตั้งแต่เด็ก

ดีเจอ๋อง เผยปมในใจ โดนล้อตั้งแต่เด็ก

เรียกได้ว่าเริ่มต้นเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนักร้องนำวงมะลิ ก่อนจะมาเป็นดีเจ ทำให้ ดีเจอ๋อง เขมรัชต์ จำเป็นต้องปกปิดสิ่งที่ตัวเองเป็น เมื่อเวลาผ่านไปจึงยอมเปิดเผยตัวตนว่าเป็นเพศที่ 3 โดยดีเจอ๋องเปิดหมดเปลือกในรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31
ดีเจอ๋อง เผยถึงการเปิดตัวว่าเป็นเพศที่ 3 ว่า หลังจากเปิดตัวมันก็ทำอะไรได้หลากหลายมากขึ้น สบายตัวมากขึ้น ตอนที่เป็นดีเจนักร้องเราก็ไม่รู้สึกว่าเราเป็นคนอื่น เราก็เป็นตัวเองแต่ในบทบาทที่มันควรจะเป็น อาจจะแค่ 20% อีก 80% เราก็เก็บไว้ ตอนไปเล่นที่ผับที่ต่างจังหวัด ถ้าเราเป็นผู้ชายนะกวาดเรียบ พูดน้อย ๆ เท่ ๆ มีผู้หญิงเข้าหาเยอะ มีตามมาโรงแรมเราก็จะโบ้ยให้เพื่อนเราหมด เพื่อนเราก็จะอิ่มหนำสำราญ ส่วนเราอินบ็อกซ์ไฮไฟฟ์หาผู้ชายคนอื่น ตนไม่เคยประกาศว่าฉันเป็นตุ๊ดนะ แค่รู้สึกว่าคนเขารู้กันแล้ว วันแรกที่มีซิงเกิลออกมา ในเว็บบอร์ดเกย์ชื่อดังก็เอาประวัติมาแฉหมดแล้วว่าคบกับใครบ้าง เราเลยรู้สึกว่าคนบางส่วนก็รู้ พอเริ่มมาเป็นพิธีกรก็มีตัวตนเข้ามามากขึ้น เราก็ชัดเจนในแบบของเรา
และดีเจอ๋อง เล่าว่า ตัวเองเติบโตมาพร้อมกับการถูกเหยียดเรื่องเพศมาตลอด สังคมไทยกับการถูกล้อว่าอีตุ๊ด อีกะเทย เป็นเรื่องที่เด็กทำกันโดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าระวัง เรารู้สึกแต่เด็กเลยว่าเราผิดมากใช่ไหม พ่อแม่ทุกคนก็อยากมีลูกที่เกิดมาตรงกับเพศสภาพ พอเราเติมเต็มในเรื่องนั้นให้เขาไม่ได้ เราก็จะเครียดเราก็จะอาย จนเรารู้สึกว่าการที่เราเป็นแบบนี้เป็นปมด้อยในร่างกายเรา เราพยายามทำทุกอย่างให้เราเก่งทุกด้าน เพื่อกลบจุดด้อยตรงนี้ แต่มันเป็นข้อดีทุกวันนี้ได้ดีมาเพราะปมนี้แหละ แต่เราก็เคยเสียใจที่เราคิดว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องไม่ดี ทุกวันนี้เราภูมิใจที่เราเป็นแบบนี้ เราเป็นเรา เราไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ตอนเด็กเราก็เคยบูลลี่คนอื่น แบบว้ายอีอ้วน พี่สาวเราก็โดนแบบนี้เราเลยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรล้อกัน ทุกคนมีข้อดีของตัวเอง รูปลักษณ์ภายนอกหรือรสนิยมอะไรก็ตาม ในสังคมเรามีปัญหายิ่งในโซเชียลมีเดียที่ทุกคนแสดงความคิดเห็นกันง่าย ด่ากันง่าย ตอนนี้มันเริ่มมีปัญหานิดหน่อย เพราะมองว่าความต่างของคนอื่นเป็นปัญหาของตัวเอง เอาบรรทัดฐานความคิดตัวเองตัดสินคนอื่น
การที่เป็นแบบนี้ ดีเจอ๋อง บอกว่าแม่รู้แต่ไม่เคยพูดเพราะกลัวลูกจะเสียใจ ซึ่งแม่เคยให้อ่านนิตยสารที่มีคอลัมน์เมื่อเป็นเพศที่สามใช้ชีวิตในสังคมอย่างไรให้มีความสุข นั่นคือเป็นคำตอบว่าแม่รับได้ในสิ่งที่เป็น และยังเคยโดนยกเลิกงานเพราะออกสาวมาก เสียใจที่ทำไมถึงมีทัศนคติแบบนี้เกิดขึ้นอยู่ในสังคม อยากเป็นกระบอกเสียงให้เคารพในความแตกต่าง แล้วสังคมจะมีความสุขกันมากขึ้น
นอกจากนี้ อ๋อง ยังเปิดเผยถึงแฟนหนุ่มที่คบกันมานานถึง 15 ปี ว่า กับแฟนคนนี้เป็นตัวของตัวเองได้เยอะที่สุด ไม่ต้องพยายามอะไร สเป็กมันใช่ตั้งแต่ต้น แต่ที่ไม่เปิดตัวมันหลายปัจจัย มีลงรูปคู่ในอินสตาแกรมบ้าง ไม่ปิดแต่ไม่ได้เปิด มีปัจจัยหลายอย่าง บ้านเขาบ้านเรา คนรอบข้างบ้านเขาอีก มันจะเรื่องใหญ่ บ้านเราโอเคบ้านเขาโอเค แต่สิ่งแวดล้อมหลังจากนั้นต่างหาก
ขอบคุณ สยามนิวส์