โดนแล้วไง แจ้งข้อหาหนัก ตำรวจยัดข้อหาค้ายาเสพติด รีดเงิน 60000

โดนแล้วไง แจ้งข้อหาหนัก ตำรวจยัดข้อหาค้ายาเสพติด รีดเงิน 60000

วันที่ 7 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ หญิงอายุ 57 ปี ผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนกับตำรวจกองปราบปราบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ที่เข้าไปตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 3 บ้านนาสิงห์ ต.นาสิงห์ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ตั้งอยู่ริมถนนสายนาสิงห์-บ้านอู่คำ และภาพวงจรปิดพบว่า ชายแปลกหน้าที่อ้างเป็นตำรวจ นำสิ่งของที่อยู่ในกระเป๋าสะพายข้าง ออกมาวางบนเตียงไม้ จากนั้นล้วงกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย นำบางอย่างออกจากกระเป๋า แล้วยัดใส่กระเป๋าเงินผู้เสียหาย ก่อนหยิบธนบัตรที่อยู่ในกระเป๋าเงินผู้เสียหายออกมา แล้วยัดใส่ในกระเป๋าเสื้อของเขา ต่อมาตำรวจอ้างว่าพบบางอย่างในกระเป๋า จึงคุมตัวสอบสวนเพิ่มที่สถานีตำรวจภูธรศรีวิไล แต่เมื่อถึงสถานีตำรวจ กลับยื่นข้อเสนอให้โดยเรียกรับเงิน 60000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 22 มิถุนายน 2562 ผู้เสียหายที่อยู่ในอาการตกใจ จึงโทรหาลูกชาย ให้นำเงิน 60000 บาทมาให้ตำรวจ โดยนัดพบจุดรับเงินบริเวณนอกสถานีตำรวจ ภายหลังตำรวจได้รับเงินแล้วก็นำตัวหญิงอายุ 57 ปี มาส่งตัวที่บ้านพัก
ความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบวินัยร้ายแรงกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีวิไล จำนวน 5 นายนั้น มีแหล่งข่าวจากวงในกล่าวว่า ตำรวจที่ถูกกล่าวหานั้นมีตำรวจ ยศ ร.ต.อ.1 นาย ดาบตำรวจ 2 นาย ส.ต.ท.1 และ ส.ต.ต. 1 นาย และได้ไปอยู่ที่ จ.ขอนแก่นแล้ว ขณะนี้ยังเหลือตำรวจที่ถูกกล่าวหาในคดีอยู่ในพื้นที่ 4 รายและทั้ง 4 รายได้ถูกคำสั่งย้ายเข้าไปช่วยงานใน ศปก.ภ.จว.บึงกาฬ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแล้วหลังจากถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงผลปรากฏว่ามีมูล และอยู่ในระหว่างการดำเนินการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงของตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ
ส่วนทางตำรวจ ป.ป.ป.ได้แจ้งข้อหาหนักกับตำรวจทั้ง 5 นายดังนี้คือ ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั่นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลที่สาม, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตน หรือผู้อื่น ได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามจนผู้ถูกข่มขืนใจนั้น, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ขอบคุณ สยามนิวส์