สุดสงสาร ไฟไหม้บ้าน 2 ตายาย วอดทั้งหลัง ลุกลาม ควาย ถูกไฟคลอกแผลเต็มตัว

สุดสงสาร ไฟไหม้บ้าน 2 ตายาย วอดทั้งหลัง ลุกลาม ควาย ถูกไฟคลอกแผลเต็มตัว

วันนี้ช่วงบ่าย 8 ก.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.กันต์ หวานอารมณ์ ร้อยเวร สอบสวน สภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านหนองแสง หมู่ที่ 11 ต.กุดหวาย อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ไฟกำลังลุกไหม้บ้านเรือนประชาชนและมีคอกควายติดอยู่กับบ้าน ขอให้เร่งประสานรถน้ำดับเพลิงเข้าไปช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วนเพราะไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง หลังจากได้รับแจ้งเหตุได้ประสานกับเทศบาลตำบลผักไหม ตำบลกุดหวาย ตำบลระแงง เทศบาลตำบลศีขรภูมิ เพื่อให้รถน้ำดับเพลิงเข้าไปในหมู่บ้าน และฉีดน้ำเข้าใส่บ้านหลังดังกล่าวอย่างทุลักทุเล เนื่องจากสภาพเส้นทางเข้าไปที่บ้านเกิดเหตุค่อนข้างลำบากทางแคบทำให้เจ้าหน้าที่รถดับเพลิงได้นำน้ำที่สายยางทยอยเข้าไปดับไฟแต่ก็ไม่เป็นผลจนในที่สุดไฟได้ไหม้บ้านติดกับยุ้งฉางข้าวพร้อมกับรถจักรยานยนต์ รถไถนาเดินตาม ตัวบ้านทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ในตัวบ้าน ผ้าไหม พร้อมเงินสด 2 แสนบาท ที่ถอนมาจากธนาคารเอาไว้สร้างบ้านได้ถูกไฟไหม้หมดในพริบตา ขณะที่ควายที่อยู่ในคอกอีกจำนวน 4 ตัว ตกใจเมื่อเห็นไฟไหม้ ได้กระโดดหนีออกมาจากคอกและมีบางตัวได้รับบาดเจ็บเนื่องจากว่าถูกไฟคลอกไปทั้งตัว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของ นายบุญเลิศ ธรรมบุตร อายุ 64 ปี และนางลอง ธรรมบุตร อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 86 หมู่ที่ 11 บ้านหนองแสง ต.กุดหวาย อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ สองสามีภรรยาและอยู่กับหลาน อีก 1 คน ในขณะเกิดเหตุ สองสามีภรรยา ได้ออกไปทุ่งนา ดูนาข้าว ทำเป็นประจำทุกวัน เป็นข้าวหอมมะลิ ที่กำลังงอกงามส่วนหลานก็ไปโรงเรียน แต่ในช่วงเวลาเวลาดังกล่าวชาวบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ถึง 3 ครั้ง และมีประกายไฟลุกขึ้นภายในบ้าน และไฟได้ลุกลามในตัวบ้าน และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ได้พากันนำน้ำมาฉีดพ่นไว้ก่อนที่รถดับเพลิงจะมาถึง แต่ไฟได้ลุกลามไหม้บ้านหมดไปทั้งหลังทั้งที่รถน้ำดับเพลิงพยายามดับเพลิงอย่างเต็มที่แม้มีสายฝนตกลงช่วยโปรยปรายก็ตาม
ขณะที่ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า พอเห็นไฟไหม้บ้านสองตา ยาย ก็ได้วิ่งไปบอกสอง ตา ยาย ที่กลางทุ่งนาบอกว่าไฟไหม้บ้านหมดแล้วทำให้สองสามีภรรยาวิ่งกลับมาบ้านส่วนคุณยายเป็นลมล้มพับอยู่กลางทุ่งนา หลังทราบว่า เงิน ที่เก็บไว้ ในบ้านจำนวน สองแสนบาท ที่จะนำมาสร้างเป็นหลังใหม่และรถไถนาเดินตาม รถจักรยานยนต์ ตลอดจนผ้าไหมในบ้าน และข้าวที่อยู่ในยุ้งฉางถูกไฟไหม้ไปหมดทั้งหมด มูลค่าความเสียหายรวม ๆ นับล้านบาท ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ พิสูจน์ หลักฐาน ตำรวจภูธร จังหวัดสุรินทร์ จะได้เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้น อาจมาจากสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจรเพราะชาวบ้านได้ยินเสียงดังขึ้นก่อนที่ไฟจะลุกไหม้บ้านวอดไปทั้งหลัง
ขอบคุณ สยามนิวส์