สาวทนไม่ไหว โดนแฟนทำร้ายจนเกือบไม่รอด พอไปแจ้งความกลับเจอตำรวจตอกกลับ

สาวทนไม่ไหว โดนแฟนทำร้ายจนเกือบไม่รอด พอไปแจ้งความกลับเจอตำรวจตอกกลับ

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่มีคนต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก หลังได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวหลังโดนแฟนทำร้ายแต่พอไปขอความช่วยเหลือ กลับโดยตอกกลับมาว่าไร้สาระ โดยได้ระบุข้อความว่า

เราขอใช้เฟสบุ๊กเล่าเรื่องราวที่เราเจอมาและไม่ได้รับความเป็นทำหน่อย ขอให้ทุกคนอ่านนะค่ะ สาเหตุที่เราออกมาโพสต์เพราะมีตำรวจคนนึงได้พูดว่า เรื่องแค่นี้ มันไร้สาระ

เราอยากจะบอกทุกคนว่า

1.ตำรวจไทย ไม่ได้ดีทุกคนนะ

2.ตำรวจไม่ใช่ที่พึ่งของประชาชน อย่างที่คุณครูกล่าวไว้ตอนเรียน

ทุกคนเราขอให้ทุกคนช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยสิว่ารูปที่เห็นมันเป็นอย่างไร

ทุกคนคิดว่าเราเจ็บมากหรือน้อย

เราเป็นผู้ตัวเล็กๆที่สูงแค่164 น้ำหนัก43

เราโดนทำร้ายร่างกายจากแฟนเก่าที่เลิกลากันไปได้สักพัก รูปนี้เราโดนทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่15 ตุลาคม 2563

เราโดนอุ้มไปทำร้ายร่างกาย โดนขู่บังคับจากบ้านหลังนึงที่เราหนีไปซ้อนตัวอยู่ เราคิดตลอดว่าที่นั้นปลอดภัย แต่เขาพยายามหาเราจนเจอเพราะความโมโห!!

สาเหตุที่ถูกทำร้ายร่างกายคือ …

เขาแค้นที่เราหักหลัง

( เขาบอกว่าเราเอากุนแจรถไปให้ตำรวจ ใช่ค่ะให้จิงเรายอมรับ )

เขาบอกว่าเราไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น

( แต่ไม่มีหลักอะไรนะค่ะ คิดไปเอง เพียงเพราะเห็นแชท ว่าคนนั้นคือผู้ชาย และมีผู้ชายมากดไลค์)

เราไม่ได้มีอะไรกับคนในแชทนะค่ะ เรามีพยานรู้เห็นว่าเราอยู่ที่ไหนไปกับใครตลอดเวลาที่เลิกกันกับเขาจนถึงวันที่เกิดเหตุ

เขาพาเราขับรถมาถึงปักธงชัยค่ะ แล้วเจอกับด่านตรวจ เขาก็เลยแวะพาเราไปในซอยเล็กๆไม่ค่อยบ้านคนส่วนใหญ่จะเป็นไร่มัน ไร่ข้าวโพด สถานที่นี่เป็นสถานที่แรกที่เราโดนทำร้ายร่างกายค่ะ เราโดนทำร้ายจากการโดนต่อย สักพักมีตำรวจคนนึงโทรมา.

ตำรวจถามว่าอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง

เขาบังคับให้เราพูดว่าหนูรักเขาค่ะมันไม่ได้ลักพาตัวหนู หนูเต็มใจที่จะมากลับเขา

เราพูดไปร้องไห้ไป เพราะความกลัว

ในขณะที่เราอยู่ในจุดนั้น แม่และพี่ชายเราโทรหาเราตลอด แต่เราไม่มีสิทธิได้พูดความจิงที่อยากจะพูด เขายิ่งเล่นโทรศัพท์ยิ่งมีอารมณ์โมโห

แต่ยังไม่จบเท่านี้นะค่ะ หลังจากที่มีคนมาเห็นตอนที่เขาตบตีเรา เขาบีบคอเรา

เขาก็คิดว่าคนๆนั้นจะแจ้งความจึงพาเราขับรถหนีออกมา ระหว่างทางก็ได้มีการคุยกับแม่ค่ะว่า ให้แม่โอนเงินมาจำนวนนึงแล้วเรื่องจะจบ ( เขาเป็นคนบังคับให้เราพูดนะค่ะ) แล้วแม่บอกจะโอนให้แต่ขอเป็นพร้อมเพย์ หลังจากที่ไม่ได้เงินเขาก็ยิ่งโมโหค่ะ

ขับรถไปทำร้ายร่างกายเราไป จนไปถึงรร.นึงก่อนลงเขาศาลโทน เขาพาเราแวะนั่งและถามคำถามเดิมๆวนหลายรอบค่ะ เราก็ตอบตามถามจิง แต่มันดันเป็นคำตอบที่เขาไม่พอใจ เราจึงโดนต่อยด้วยสนับมือเข้าที่แขน ขา และหัว หลังจากนั่งก็ได้ขับรถลงเขามาค่ะ

ระหว่างทางก็โดนทำร้ายด้วยกับตบและหยิกมาตลอดทาง

หลังจากที่เราโดนทำร้าย เขาได้พาเราไปบ้านหลังนึงค่ะ แล้วเราก็หนีออกมาได้เพราะยาที่เล่นหมดฤทธิ์ เขาหลับ เราได้ใช้โทรศัพท์มือถือทักหาเพื่อนให้มาช่วย

เราออกมาได้ก็หลบอยู่ในบ้านของพี่สาวของเพื่อนจนแม่มารับค่ะ แล้วเราก็ไปหาหมอ

หมอและพยาบาลเห็นรอยฟกช้ำตามตัวก็พากันตกใจว่าทำไมถึงทนได้ตัวแค่นี้ ทำไมเขาทำขนาดนี้ หมอและพยาบาลให้ทำแนะนำเราให้ไปแจ้งความ เพราะอยากให้เราได้รับความเป็นทำและปลอดภัย ตอนนั้นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้วเราจึงไม่ได้ไปสภ.

เช้าวันที่16 ตุลาคม 2563

เราได้เข้าไปแจ้งความแต่ตำรวจบอกว่าแจ้งไม่ได้ ต้องไปแจ้งในเขตที่โดนทำร้าย

เราก็ไปนะค่ะ ระหว่างการให้ปากคำ มีน้องโทรมาหาแม่แล้วบอกว่า ตาโดนจับ

พอรู้ว่าใครแจ้งความจับตา เราเลยบอกตำรวจให้เขาเอาคนแจ้งมาตรวจฉี่

แต่ผลที่ได้คือตรวจไม่เจอ แต่ผู้ต้องหาหรือแฟนเก่ายอมรับว่าดมเค เคก็ผิดกฎหมาย ทำไมไม่เอาไปแยกสารละค่ะ แต่ดันปล่อยตัวเขาไป

แล้วมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นค่ะจำวันที่ไม่ได้

เราได้รับโทรศัพท์จากแฟนเก่า ถามว่า จะเอายังไง จะออกมาเจอรึป่าว ถ้าไม่ออกมาจะเอาลูกไปที่อื่น ด้วยความที่แม่ห่วงลูก เราก็ไปค่ะนัดเจอที่สภ. ย้ำด้วยว่าให้เราไปคนเดียว แต่เราไปกับแม่ เราจึงได้คุยกับตำรวจ

สรุปคือมันไม่ได้เอาลูกมา แต่สร้างเรื่องเพราะอยากเจอเรา เราได้ให้รองคนนึงฟังคลิปเสียงค่ะ. คลิปเสียงบอกทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้นถึงตรวจฉี่ไม่เจอ แล้วยังบอกอีกด้วยว่าตำรวจคนไหนที่ช่วย สักพักก็มีตำรวจคนนึงเดินเข้ามาถามว่ามีอะไร #ทุกคนค่ะตำรวจคนนั้นคือคนที่ให้เราไปตรวจร่างกายค่ะ คนที่รับแจ้งความเรื่องของเราแล้วบอกว่าเป็นแค่นี้เอง #เรายอมรับนะค่ะว่าเราไม่ได้ไปหาหมอ เพราะตำรวจบอกไว้ว่าเป็นแค่นี้เด๋วเรียกมาตักเตือน

เมื่อตำรวจคนนั้นโดนนำนิ

ตำรวจคนนั้นก็เลนบอกเราว่าเอาเอกสารไปหาหมอนะเด่วจะจัดการให้

เราก็ไปค่ะ เอาเอกสารไปยื่นให้หมอเรียบร้อร้อย แล้วทุกอย่างก็เงียบอีกตามเคย จนว่าถึงวันที่23 ตุลาคม 2563

เราได้ไปเซเว่นแถวบ้าน แล้วเราก็โดนเขาขู่บังคับให้ไปกับเขาแต่เราไม่ยอม เราวิ่งไปในเซเว่นหวังจะให้คนช่วย แต่ก็ไม่มีใครช่วยได้

เราเลยต้องไปกับเขา แต่ครั้งนี้ไม่ได้ตบตีนะค่ะ มีตำรวจโทรหาเขาก็รับสายแล้วบอกว่าอยู่ที่ไหน ตำรวจก็มาค่ะ แต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง

สรุปคือไปโรงพักด้วยกัน

ระหว่างทางที่กลับมา เราบอกตลอดว่าขอจบนะ ต่างคนต่างอยู่ เริ่มใหม่ เขาก็ไม่ยอม

พอถึงโรงพัก ก็นั่งคุยกันข้างหน้าสน.เรากับแม่จบนะ แต่ตัวเขาเองที่ไม่จบ ไม่ยอมให้ขึ้นรถกลับบ้าน จนแม่ตะโกนว่าจะมีตำรวจคนไหนช่วยได้บ้างมั้ยเอามันออกไปทีคนจะกลับบ้าน ถึงมีตำรวจเดินมาเคลียร์ เราถึงได้กลับบ้าน

แล้วทุกวันนี้เขาก็ยังไม่เลิกวุ่นวาย ขู่จะอุ้ม

ทักมาด่าแม่ จะทำนั้นนี้ แถมยังมันเดินวนรอบบ้านอีก ชีวิตอยู่กับความเสื่องและไม่เคยปลอดภัย. แม่ที่ทำงานหนักไม่เคยได้หลับเต็มอิ่มสักคืน

สิ่งที่เห็นในวันนั้นคือ..แม่เรานั่งร้องไห้อยู่หน้าโรงพัก แบบไม่สนเลยว่าใครจะมองยังไง

หัวอกคนเป็นแม่อ่าเป็นห่วงลูก ไม่เป็นแม่คนไม่รู้หลอก
ขอบคุณ สยามนิวส์