เปิดใจ อาสาพยาบาล น้อยใจโดนหมายเรียกร่วมม็อบ ยันเป็นกลางโชว์ภาพรักษาตำรวจ

เปิดใจ อาสาพยาบาล น้อยใจโดนหมายเรียกร่วมม็อบ ยันเป็นกลางโชว์ภาพรักษาตำรวจ

กรณีน.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ พี่แหวน ในนามผู้ก่อตั้งหน่วย FAV.53 First aid Volunteer หรือ หน่วยปฐมพยาบาลอาสา ภาคสนาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงเรื่อง “หมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1″โดยหมายถูกออกวันที่ 27 ต.ค.63 สถานที่ออกหมาย สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พ.ต.ท.วรวุฒิ พงษ์ตัน ผู้กล่าวหา น.ส.สาวชลธิชา แจ้งเร็ว กับพวก อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พุทธศักราช 2477 มาตรา 52 ในเหตุต้องหาว่า ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มเพื่อการชุมนุมใด ๆ โดยไม่จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติ, ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามชุมนุมหรือจัดการชุมนุมระหว่างมีคำสั่งห้ามชุมนุม และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่
พี่แหวน เล่าให้ฟังว่า นาทีแรกที่เห็นหมายเรียกดังกล่าวก็เสียใจมาก และน้อยใจมาก เพราะที่ผ่านมาเป็นการทำงานโดยมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกครั้งที่ลงหน้างาน ซึ่งก็ยืนยันได้ว่าการลงพื้นที่ ปฏิบัติหน้าที่ คนที่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกตนเองมากที่สุด ก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยซ้ำ เพราะว่านักเรียน-นักศึกษา เต็มที่ก็แค่ปวดหัว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบางครั้งมีการบาดเจ็บหนัก ตั้งแต่ข้อเท้า เป็นแผลถลอก ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ซึ่งขอยืนยันว่าเป็นการดูแลอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม และตามจรรยาบรรณแพทย์ คือ การช่วยเหลือผู้ป่วยทุกคน

แต่หมายเรียกดังกล่าว เป็นหมายเรียกที่อ้างว่าตนเป็นผู้เข้าร่วมการชุมนุมและเป็นแนวร่วม จุดนี้จึงมั่นใจว่าคือความเข้าใจผิดแน่นอน ซึ่งตนก็พร้อมที่จะเดินทางไปชี้แจงตามหมายเรียกที่สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ในวันที่ 5 พ.ย.63 เวลา 09.00 น. พร้อมขอส่งสารไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ช่วยแยกแยะการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคน ไม่ใช่ทำงานเพื่อเอาหน้าเท่านั้น ดังนั้นอยากให้รู้ไว้ว่าคนที่สั่งการไม่ได้มาลงพื้นที่ด้วย แต่ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ย่อมรู้ความจริงดีที่สุด การพูดความจริงทั้งหมดนั้น ตำรวจจะพูดหรือไม่ แต่หากตำรวจพูดแค่ครึ่งเดียว ก็ถือว่าโกหกทั้งเรื่อง

นอกจากนี้ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตน จึงมีความกังวลอยู่บ้าง ในส่วนของน้อง ๆ หน่วยแพทย์ที่กลัวว่าจะถูกกันแกล้งเหมือนตน ซึ่งตนมีประสบการณ์ แต่ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำซ้อนกับหน่วยแพทย์อีก พร้อมอยากให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน เห็นคุณค่าของชีวิตมนุษย์ เช่นเดียวกับการเห็นคุณค่าชีวิตตัวเอง ที่ทุกคนต่างมีความสำคัญอย่างเท่าเทียมกัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับการปฎิบัติหน้าที่ของหน่วยแพทย์ ยังคงดำเนินต่อไป แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่อยากจะขอผู้ชุมนุม คือ การขอเส้นทางในการส่งผู้ป่วย แต่ที่ผ่านมาผู้ชุมนุมร่วมมือกันเป็นอย่างดี โดยนับกว่า 10 ปีที่ผ่านมาการผู้ชุมนุมนักศึกษาในครั้งนี้ ทำให้ทีมแพทย์สามารถช่วยเหลือ ประชาชนได้ง่ายและรวดเร็วดีที่สุด
ขอบคุณ สยามนิวส์