คำต่อคำ ‘สมยศ’ แจงปมยืมเงินเสี่ยกำพล300ล. เรื่องหุ้นผมนิยมมาก อาชีพตำรวจแค่ไซด์ไลน์

คำต่อคำ ‘สมยศ’ แจงปมยืมเงินเสี่ยกำพล300ล. เรื่องหุ้นผมนิยมมาก อาชีพตำรวจแค่ไซด์ไลน์

“ตลอดชีวิตรับราชการของผม เกือบจะเรียกได้ว่าอาชีพตำรวจนี่ถือว่าเป็นไซด์ไลน์ อาชีพหลักๆผมคือทำธุรกิจ ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจรู้เรื่องดี โดยเฉพาะเรื่องหุ้นผมนิยมมาก ผมมีรายได้ ผลกำไรจากการเล่นหุ้น และก็เสียหายเพราะการเล่นหุ้นเช่นกัน ดังนั้นช่วงที่หมุนเงินไม่ทันก็ไปยืมเงินคุณกำพล ซึ่งการรวบรวมเงินไปคืนคุณกำพลจำนวน 300 ล้านบาทนั้น ต้องเรียนว่าการชดใช้ บางครั้งถ้ามีเงินสดก็ชดใช้เป็นเงินสด ถ้าไม่มีเงินสด ต้องเอาที่ดินไปให้เขาก็ยังมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมและคุณกำพลอยู่ในแวดวงพระเครื่อง บางครั้งก็มีการชดใช้หนี้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน”

หมายเหตุ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org : เป็นรายละเอียดบทสัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ให้ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2561 และการให้สัมภาษณ์ ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่องโทรทัศน์ สปริง นิวส์ ซึ่งมีนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ต่อกรณีการยืมเงินนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวดนิคตอเรีย ซีเคร็ท จำนวน 300 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ ในขณะนี้ ซึ่งสำนักข่าวอิศรา เห็นว่าข้อมูลในบทสัมภาษณ์ มีความน่าสนใจ ในหลายประเด็น จึงนำมาเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบแบบชัดๆ อีกครั้ง

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง :
“กรณีที่ผมไปยืมเงินคุณกำพล 4 ครั้ง จำนวน 300 ล้านบาทนั้นก็มีคนสงสัยว่าจะเอามาทำอะไร ต้องเรียนแบบนี้ก่อนว่าตลอดชีวิตรับราชการของผม เกือบจะเรียกได้ว่าอาชีพตำรวจนี่ถือว่าเป็นไซด์ไลน์ อาชีพหลักๆผมคือทำธุรกิจ ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจรู้เรื่องดี โดยเฉพาะเรื่องหุ้นผมนิยมมาก ผมมีรายได้ ผลกำไรจากการเล่นหุ้น และก็เสียหายเพราะการเล่นหุ้นเช่นกัน ดังนั้น ช่วงที่หมุนเงินไม่ทันก็ไปยืมเงินคุณกำพล”
“ส่วนการรวบรวมเงินไปคืนคุณกำพลจำนวน 300 ล้านบาทนั้น ต้องเรียนว่าการชดใช้ บางครั้งถ้ามีเงินสดก็ชดใช้เป็นเงินสด ถ้าไม่มีเงินสด ต้องเอาที่ดินไปให้เขาก็ยังมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมและคุณกำพลอยู่ในแวดวงพระเครื่อง บางครั้งก็มีการชดใช้หนี้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แล้วแต่ผมกับคุณกำพลจะตกลงกันได้ นี่เป็นเรื่องปกติ ผมกับคุณกำพลมีการชดใช้หนี้กันทุกรูปแบบรวมไปถึงหุ้นก็ยังมี

“แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญก็คือกระบวนการโอนเงิน กระบวนการใช้หนี้นั้น ทุกอย่างเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านทั้งทางธนาคารและผ่านตลาดหลักทรัพย์”
” ถ้าที่ผ่านมาผมเคยบอกคุณกำพลไปว่าถ้าหากจะให้ผมฟอกเงินให้ คุณกำพลหิ้วเงินสดมาให้ผมดีกว่าแล้วตอนหลังผมเอามาคืนในรูปแบบอะไรก็ได้ ถ้าผมทำแบบนี้สิ ผมถึงจะปกปิดซ่อนเร้น แต่ผมรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันปกปิดไม่ได้”
“วันหนึ่งเมื่อมีปัญหาขึ้นมา ผมก็ต้องเตรียมความพร้อมไปชี้แจง เพราะผมเป็นบุคคลที่สังคมให้ความสนใจ ทั้งนี้ผมอยากจะขอร้องไปยังสื่อต่างๆหลายสำนักด้วยว่า กรณีเสนอข่าวว่าอดีต ผบตร.รับส่วยน้ำกาม อดีต ผบต.ร.รับส่วยธุรกิจผิดกฎหมาย ผมก็อยากจะแสดงตัวตนของผมเองว่าอย่าว่าแต่เงินส่วย เงินผิดกฎหมายเลย ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าผมเป็น ผบตร.ที่ไม่เคยรับเงินลูกน้อยเลยแม้แต่บาทเดียว”
“ผมเคยประกาศต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาว่าถ้าใครสามารถแสดงตนว่าเคยเอาเงินหรือเอาส่วนมาให้ผม ผมจะเดินลงไปกราบเท้าเขาเลย”

“เพราะผมมั่นใจว่าตลอดเวลาชีวิตราชการผม รายได้หลักของผม มาจากธุรกิจ มาจากการเล่นหุ้น ดังนั้น ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าผมไม่เคยไปยุ่งกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย”
“กรณีคุณกำพลทำธุรกิจอาบอบนวดอาจจะเป็นสีเทาๆแต่ก็มีเปิดอยู่ถึง 81 แห่งทั่วประเทศไทย เพราะฉะนั้นถ้าคุณกำพลทำไม่ได้ คนอื่นก็ทำไม่ได้ ก็ปิดอาบอบนวดมันให้หมดไปเลย จะได้หมดเรื่องหมดราวไป”
ทั้งหมด คือ คำชี้แจงของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ต่อกรณีการยืมเงินจำนวน 300 ล้านบาท จากนายกำพล ส่วนผลการชี้แจงต่อหน่วยงานตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น อีกไม่นานสาธารณชนคงได้รับทราบคำตอบที่ชัดเจนกัน

ที่มา สำนักข่าวอิศรา