ค่าบาท ‘แข็งค่า’ ตลาดจับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐ

ค่าบาท ‘แข็งค่า’ ตลาดจับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐ

บาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่า “32.08 บาทต่อดอลลาร์” เงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวแคบลงตามแนวโน้มสกุลเงินเอเชียที่เริ่มพักฐาน

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 32.10 บาทต่อดอลลาร์

ในคืนที่ผ่านมา รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงชี้ว่าเฟด ไม่มีแนวโน้มที่จะรีบขึ้นดอกเบี้ยเร็ว ส่งผลให้บอนด์ยิลด์สหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงมาที่ระดับ 3.00% อีกครั้ง แม้เฟดเริ่มมีแนวคิดที่จะขึ้นดอกเบี้ยกับเงินสำรองส่วนเกิน (Interest rate on excess reserves) ที่ธนาคารจะได้รับพ้อมการขึ้นดอกเบี้ยครั้งหน้า แต่โดยรวม ค่าเงินดอลลาร์ก็ยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ

ในช่วงนี้ตลาดเงินฝั่งประเทศเกิดใหม่ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าพร้อมกับดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูง ส่งผลให้สกุลเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีการกู้ยืมอ้างอิงกับดอลลาร์หรือมีปัญหาการเมืองยังคงอ่อนค่าหนัก ล่าสุดเงินตุรกีอ่อนค่าจากต้นปีแล้วถึง 24% ส่งผลให้ธนาคารกลางตุรกีต้องปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้น เพื่อหยุดปัญหาค่าเงินอ่อนถึง 3% ไปที่ระดับ 16.5% ถือเป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันทั่วทั้งตลาดเกิดใหม่ในช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินเอเชียถือว่าได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐครั้งนี้ค่อนข้างน้อย เราเชื่อว่าที่ทั้งภูมิภาคยุโรปและเอเชียไม่เกิดปัญหาวิกฤตทางการเงินเป็นเพราะการเกินดุลการค้าและธนาคารกลางญี่ปุ่นกับธนาคารกลางยุโรปยังใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินอยู่

ระยะสั้นจึงต้องจับตาเพียงแนวโน้มการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวขึ้นมาพร้อมกับบอนด์ยิลด์และราคาน้ำมัน จะเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินเอเชียและเงินบาทไปตลอดไตรมาสนี้

ในส่วนของเงินบาท วันนี้มีโอกาสแกว่งตัวแคบลงตามแนวโน้มสกุลเงินเอเชียที่เริ่มพักฐาน แต่เราเริ่มเห็นแล้วว่าเงินบาทแข็งค่ายากขึ้นมากเมื่อการขาดดุลการค้าปรับตัวสูงจากราคาน้ำมัน มองกรอบเงินบาทระหว่างวันที่ระดับ 32.04- 32.14 บาทต่อดอลลาร์.

ที่มา ไทยรัฐ