จับสึกอีก 2 เจ้าอาวาส-รองเจ้าอาวาส วัดดังสิงห์บุรี

จับสึกอีก 2 เจ้าอาวาส-รองเจ้าอาวาส วัดดังสิงห์บุรี

จับสึกอีก 2 เจ้าอาวาส-รองเจ้าอาวาสวัดดังสิงห์บุรี ขณะที่ทั้งคู่ให้การภาคเสธ เตรียมตัวนำไปฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี 25 พ.ค.

เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 24 พ.ค.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายหลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้คุมตัวพระครูวิลาสกิจจานุกูล รองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานและมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดหรือเป็นของผู้อื่นหรือโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และ พระครูไกรศร วิลาศ เจ้าอาวาสวัดตราชู ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดหรือเป็นของผู้อื่นหรือโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย” มาทำการสอบปากคำเกี่ยวกับกรณีที่มีการซื้อขายพระพุทธรูปจำนวน 3 องค์ หรือพระรัตน พระพุทธรูปเก่าแก่ประจำวัดตราชู อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี โดยมิชอบนั้น

เบื้องต้นพระทั้ง 2 รูปยังคงให้การภาคเสธ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนใช้อำนาจตามมาตรา 29 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพื่อให้พระทั้ง 2 รูปยอมสละสมณเพศโดยการสึกต่อหน้าพระพุทธรูป จากนั้นจึงได้นำตัวทั้ง 2 เข้าห้องคุมขังกองปราบฯ เพื่อเตรียมนำตัวไปฝากขังยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี ต่อในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้(25 พ.ค.)

สำหรับมาตรา 29 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ นั้น ว่าด้วย”พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว และเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม หรือ พระภิกษุรูปนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้”.

ที่มา เดลินิวส์