ตื่นตา!”TED TALK”บนเวทีฉลองวันวิสาขบูชาโลกที่”มจร”สอดรับไทยแลนด์4.0

ตื่นตา!”TED TALK”บนเวทีฉลองวันวิสาขบูชาโลกที่”มจร”สอดรับไทยแลนด์4.0

ตื่นตา!”TED TALK”บนเวทีฉลองวันวิสาขบูชาโลกที่”มจร”สอดรับไทยแลนด์4.0

การจัดพิธีเฉลิมฉลงวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 15 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลัก ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2561 โดยมีการประชุมวิชาการนานาชาติที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และจะมีการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 โดยเฉพาะที่ มจร นั้น มีการจัดรูปแบบการจัดกิจกรรมต่างจากการจัดงานที่ผ่านที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการกล่าวสุนทรพจน์และช่วงที่นักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกนำเสนอประสบการณ์ทำงานมานำเสนอในเวทีของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ด้วย 4 กลุ่ม คือ

(1) พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์ (Buddhist Contribution to Human Development) (2) การศึกษาเชิงพุทธกับการเสริมสร้างพลังของเยาวชน Empowering youth through Buddhist Education (3) การอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในโลกที่เชื่อมโยงกัน (Preservation Cultural Identity in Inter-Connected World) และ (4) พระพุทธศาสนาเพื่อสร้างสวัสดิการสังคม (Engaged Buddhist for Social Welfare)

รูปแบบการกล่าวสุนทรพจน์และนักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกนำเสนอประสบการณ์ทำงานนั้น เป็นไปมาตรฐานสากลเช่นการใช้ 3D presentations ตามรูปแบบที่เฟซบุ๊ก Hansa Dhammahaso ได้เผยแพร่ข้อความเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2561 ว่า ฯพณฯ เชอริ่ง ต๊อบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน เสียงแห่งความสุขจากดินแดนแห่งความสุข

ครั้งแรกที่ได้ฟังผู้ชายคนหนึ่งพูดบนเวที TED TALK ตามลิ้งค์ https://youtu.be/eIogHJC3qe0 ในราวเดือนมีนาคม 2559 ยอมรับตามตรงว่า ไม่ทราบจริงๆ ว่าผู้ชายที่กำลังพูดถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม รอยยิ้ม และความสุขของชาวภูฏาน คือ นายเชอริ่ง ต๊อบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยประชาชน จบด้านวิศวกรรมศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วกลับมายังดินแดนมาตุภูมิทำงานรับใช้แผ่นดินบ้านเกิด

หลังจากที่ได้ฟังท่านพูดบนเวที TED TALK เมื่อสองปีก่อน รู้แต่เพียงว่า ผู้ชายคนนี้ สามารถถอดสมการแห่งความสุขออกมาอธิบายขยายความได้อย่างออกรสออกชาติ และเป็นการพูดถึงความสุขที่เป็นธรรมชาติอย่างมาก ชัดแจ้งว่า ความสุขเป็นธรรมชาติที่ลึกซึ้งแต่เรียบง่าย ฉะนั้น การพูดถึงความสุขจึงต้องเป็นอะไรที่เรียบง่าย ไม่มีการปรุงแต่งหรือฉาบทา รวมไปถึงการใส่สีตีไข่ ที่สำคัญยิ่งคือ ความสุขจึงไม่ใช่สิ่งที่จะต้องไปประดิษฐ์ประดอยให้น่าสนใจ เพราะในเนื้อตัวของความสุขมันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงนัยในตัวของมันเองอยู่แล้ว

“My country is very poor… ประเทศผมเป็นประเทศยากจน ผมมีชีวิตง่ายๆ การต้อนรับผมในฐานะองค์ปาฐกถาพิเศษในงานวิสาขบูชาโลก ขอให้เป็นไปแบบง่ายๆ” นั่นคือคำกล่าวของบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำทางการเมืองสูงสุดของประเทศภูฏาน แต่ในฐานะสมณทูตของมหาจุฬาฯ ที่พระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. อธิการบดี ได้บัญชาให้ถือหนังสือไปเรียนเชิญเจริญพรมาเป็นองค์ปาฐกถาพิเศษนั้น จึงได้เจริญพรตอบไปว่า “ไม่ใช่หรอก ประเทศของท่านเป็นประเทศที่ร่ำรวยต่างหาก… รวยด้วยความสุข จนคนทั่วโลกเรียกประเทศของท่านว่า Land of Happiness”

ยิ่งได้สนทนาธรรม และแลกเปลี่ยนในช่วงระยะเวลาเกือบ 30 นาที ยิ่งทำให้พบว่า ชาวภูฏานนั้น นอกจากจะโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเอาใจใส่สุขทุกข์จนเป็นที่รักของประชาชนแล้ว ยังมีนายกรัฐมนตรีที่นอกจากจบวิศวกรแล้วได้ใช้ความรู้มาพัฒนาประเทศแล้ว ยังผันตัวเองมาเป็น “วิศวกรสร้างความสุข” ให้แก่ประชาชนชาวภูฏานด้วย แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรราวๆ 700,000 ถึง 1,000,000 คน แต่กลับเป็นประเทศที่มีความสุขอย่างยิ่งใหญ่

คำถามคือ “ประชาชาวไทยจะได้อะไรจากการมาของนายกรัฐมนตรีภูฏานท่านนี้??” คำตอบคือ “พวกเราจะได้ฟังเสียงแห่งความสุขจากบุคคลที่มาจากดินแดนแห่งความสุข” ถามต่อว่า “แล้วประเทศไทยไม่มีความสุขหรืออย่างไร?? จึงต้องมานั่งฟังเสียงแห่งความสุขจากคนอื่น” ใครจะตอบคำถามนี้ได้ ถ้ามิใช่คนไทยทั้งมวล คนไทยที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการเรียกขานว่า “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” ฉะนั้น การที่คนไทยจะใช้เวลาสัก 1 ชั่วโมง เงี่ยหูฟังนายกรัฐมนตรีภูฏาน ฯพณฯ เชอริ่ง ต๊อบเกย์ พูดถึงความสุขของประชาชนในประเทศภูฏาน อาจจะเป็นสะพานชักพาเราให้เข้าถึงความสุข จนเป็นเหตุให้หวนระลึกถึงดินแดนแห่งรอยยิ้ม แล้วเดินกลับไปอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งรอยยิ้มดังเช่นที่เคยมีและปรากฏในสังคมไทย

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส
ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ที่มา บ้านเมือง