รากเน่า โคนเน่า มันสำปะหลัง จะมาพร้อมฤดูฝน

รากเน่า โคนเน่า มันสำปะหลัง จะมาพร้อมฤดูฝน

นายสถิตย์ ภูทิพย์ เกษตรจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ลงพื้นที่ตรวจสอบอาการรากเน่า โคนเน่าของมันสำปะหลัง

นายสถิตย์ ภูทิพย์ เกษตรจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้นางสาววิริยา พรมมารัตน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและนางสาวนวรัตน์ ประภูชะกัง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ลงพื้นที่ตรวจสอบอาการรากเน่า โคนเน่าของมันสำปะหลัง ณ บ้านซับใหญ่ ตำบลหินดาต อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร

เนื่องจากได้รับแจ้งจากเกษตรกรว่ามันสำปะหลังมีอาการใบเหี่ยวเฉาและรากเน่า โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรอำเภอปางศิลาทองร่วมดำเนินการ ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ต้นมันสำปะหลังมีอาการใบเหี่ยว และเมื่อถอนต้นมันสำปะหลังออกมาพบอาการเน่าเละและมีกลุ่มเส้นใยของเชื้อรา

เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เกษตรกรถอนต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคออกจากแปลงและเผาทำลายทิ้ง และใช้เชื้อราไตรโครเดอร์ม่าฉีดพ่นบริเวณโคนต้นให้ชุ่มหรือราดที่พื้นดินเพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อรา ตัดวงจรการระบาดของโรคโดยการปลูกพืชหมุนเวียน และในฤดูปลูกรอบต่อไปควรไถตากดินไว้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ รวมทั้งให้พิจารณาเลือกท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ปราศจากโรคมาปลูก

สำหรับโรครากเน่าโคนเน่าในมันสำปะหลังนั้นในช่วงหน้าฝนมักจะเกิดแพร่ระบาด ซึ่งเกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง ที่มักพบในแหล่งที่มีการระบายน้ำได้ไม่ดี น้ำแช่ขังนาน หรือสภาพดินดานและฝนตกชุกเกินไป

อาการโรคจะมี 4 แบบ คือ 1. โรคหัวเน่าเละจากเชื้อรา ทำให้ต้นเหี่ยวเฉา ใบล่าง ๆ มีสีเหลือง และเหี่ยวแห้งหลุดร่วงลงมา ส่วนใบยอดมีขนาดเล็ก ต้นแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต เมื่อขุดรากดูพบรากเน่าเละสีน้ำตาล มีกลิ่นเหม็น โรคหัวเน่าแห้ง เกิดจากเชื้อเห็ดรา ที่หัวมันสำปะหลังจะมีเส้นใยของเชื้อราปกคลุม ซึ่งอาจพบบริเวณโคนต้นด้วย

เนื้อในหัวจะเน่าแห้งและเส้นใยของเชื้อราจะก่อตัวเป็นดอกเห็ดสีต่าง ๆ ได้ เช่น สีขาว สีเหลือง หรือส้ม นอกจากนี้โคนต้นจะบวม เนื่องจากมีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไปและอาจเกิดรากใหม่ตรงบริเวณเนื้อเยื่อที่บวม ทำให้เกิดหัวมันสำปะหลังใหม่ขึ้นมา แต่มีขนาดเล็ก

2. โรคหัวเน่าแห้งจากเชื้อเห็ดรา อาการที่พบที่หัวมันสำปะหลังจะมีเส้นใยของเชื้อราปกคลุม อาจพบบริเวณโคนต้นด้วย เนื้อในหัวจะเน่าแห้งและเส้นใยของเชื้อราจะก่อตัวเป็นดอกเห็ดสีต่าง ๆ ได้ เช่น สีขาว สีเหลือง หรือส้ม นอกจากนี้โคนต้นจะบวม เนื่องจากมีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไปและอาจเกิดรากใหม่ตรงบริเวณเนื้อเยื่อที่บวม ทำให้เกิดหัวมันสำปะหลังใหม่ขึ้นมาแต่มีขนาดเล็ก

3. โรคหัวเน่าดำจากเชื้อรา จะมีลักษณะหัวเน่าสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม เนื่อง จากเป็นสีที่เกิดจากเส้นใยของเชื้อรา หรือส่วนขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของเชื้อรา และ 4. โรคเน่าคอดินจากเชื้อรา ซึ่งมักจะพบอาการในช่วงต้นกล้า ลักษณะต้นมันสำปะหลัง จะเหี่ยวเฉาตายและมีเม็ดผักกาดพร้อมกับเส้นใยสีขาวปกคลุมส่วนของโคนต้นที่ติดอยู่กับผิวดิน

ในการป้องกันกำจัดนั้นที่ผ่านมาค่อนข้างทำได้ยาก เนื่องจากเชื้อราดังกล่าวสามารถอยู่รอดได้ดีในดินที่มีพืชอาศัยอยู่มาก ทำให้การป้องกันและกำจัดทำได้ยาก แต่เกษตรกรสามารถป้องกันได้โดยก่อนปลูกควรไถดินและตากแดดไว้ประมาณ 10-15 วัน ถ้าเป็นพื้นที่ที่เคยผ่านการระบาดมาแล้ว ให้เก็บเศษเหง้ามันไปเผาทิ้งทั้งหมด เนื่องจากเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่สามารถอยู่ค้างได้เป็นปี

ก่อนปลูกทำการปรับสภาพดินให้มีความเป็นด่างสูงขึ้น การเตรียมแปลงปลูก ควรไถระเบิดดินดานให้มีการระบายน้ำที่ดี ไถแล้วตากดินเป็นเวลานาน ๆ จะช่วยลดประชากรของเชื้อราในดินได้ ทำการกำจัดเศษซากมันสำปะหลังเก่า ๆ จากแปลงเพาะปลูกให้หมด

ที่สำคัญควรคัดเลือกท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์และปราศจากโรค มาเป็นพันธุ์สำหรับปลูก และในพื้นที่ที่มีโรคระบาดรุนแรง ควรหันไปปลูกพืชหมุนเวียนอย่างน้อย 6–12 เดือน ก็จะป้องกันได้สำหรับการปลูกในช่วงต่อไป.

ที่มา เดลินิวส์