เพศสัมพันธ์และโรคหลอดเลือดหัวใจ (10)

เพศสัมพันธ์และโรคหลอดเลือดหัวใจ (10)

การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ มักจะประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์หรือใกล้เสร็จสมบูรณ์สำหรับการขยายเปิดหลอดเลือดหัวใจที่อุดตัน

การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหรือการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจบายพาส (CABG-Coronary Artery Bypass Grafting) และการผ่าตัดเปิดหัวใจโดยไม่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหรือการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจบายพาส (CABG ) และการผ่าตัดหัวใจส่วนใหญ่อื่น ๆ ควรได้รับการให้คำแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่ทำให้เกิดอาการไม่สบายหรือทำให้เครียดไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังผ่าตัดเดือนแรก ความแข็งแรงทางกายภาพในผู้ป่วยกรณีนี้คือ ควรได้รับการแนะนำให้รู้จักอย่างดีที่สุดในรูปแบบที่ค่อยเป็นค่อยไปหลังจากฟื้นตัว ถ้าการผ่าตัดด้วยทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหรือการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจบายพาส ประสบความสำเร็จแล้ว กิจกรรมทางเพศจะกลับมาทำงานปกติและความพึงพอใจทางเพศมักจะคงอยู่สำหรับผู้ป่วยเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหรือการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจบายพาส มักจะประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์หรือใกล้เสร็จสมบูรณ์สำหรับการขยายเปิดหลอดเลือดหัวใจที่อุดตัน (revascularization) ในผู้ป่วยที่มีเหตุผลแน่นอนที่จะเชื่อว่าการขยายเปิดหลอดเลือดหัวใจที่อุดตันไม่สมบูรณ์ หรือปลูกถ่ายเนื้อเยื่อล้มเหลว การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย เพื่อประเมินขอบเขตและความรุนแรงของภาวะขาดเลือดที่ตกค้างหลงเหลืออยู่

หัวใจล้มเหลว ข้อเสนอแนะกิจกรรมทางเพศเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจวายที่ได้รับการชดเชย และ/หรือไม่รุนแรง (NYHA class I หรือ II) ไม่ควรให้ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวที่ยังไม่ได้รับการชดเชยหรืออาการรุนแรง มีกิจกรรมทางเพศ จนกว่าภาวะของอาการจะเสถียรและได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิต หลอดเลือด ฮอร์โมน และระบบประสาท อาจทำให้ความผิดปกติทางเพศเกิดขึ้นได้ปกติในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว ประมาณร้อยละ 60 ถึง 87 ของผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวรายงานปัญหาทางเพศ รวมถึงความสนใจทางเพศ และกิจกรรมทางเพศลดลงอย่างมาก มีรายงานประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวหยุดการมีกิจกรรมทางเพศด้วยกันกับคู่นอน การมีเพศสัมพันธ์จะสัมพันธ์กับความรุนแรงของอาการของโรคหัวใจล้มเหลว แต่ไม่สัมพันธ์กับเปอร์เซ็นต์ของเลือดที่ถูกบีบออกจากหัวใจต่อการบีบตัวของหัวใจ 1 ครั้ง โดยเทียบกับปริมาณเลือดที่มีอยู่ สิ่งที่น่าสนใจคือผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวหลายคนให้ความสำคัญกับการปรับปรุงคุณภาพชีวิต รวมถึงกิจกรรมทางเพศ มากกว่าการปรับปรุงการอยู่รอด

การรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวที่เหมาะสมที่สุด อาจต้องช่วยเพิ่มโอกาสในการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและมีความพึงพอใจ การฝึกการออกกำลังกายสามารถทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลวและอาจช่วยให้กิจกรรมทางเพศดีขึ้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลวที่รู้สึกหอบหรืออ่อนล้าระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ควรใช้ท่ากึ่งเอนกาย หรือท่านอนในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งลดระดับการออกแรงกายและควรพักผ่อนหากมีอาการหายใจลำบากเกิดขึ้น.

ศ.นท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล

ที่มา เดลินิวส์