กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ร้องกองปราบเอาผิดผอ.พศ. 1 มิ.ย.นี้

กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ร้องกองปราบเอาผิดผอ.พศ. 1 มิ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ ตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เปิดเผยว่า กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน และองค์กรพุทธบางส่วน เตรียมดำเนินการทำหนังสือ เรื่องขอให้เอาผิดพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กรณีแจ้งความร้องทุกข์โดยมิชอบ เนื่องจากส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมอดีตพระชั้นผู้ใหญ่ ที่กองปราบปราม ในวันที่ 1 มิถุนายน เวลา 10.00 น. ทั้งนี้ กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เห็นว่า ข้อกล่าวหาในคดีที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่กลับมีการดำเนินการแจ้งความ ทำให้พระสงฆ์ต้องสละสมณเพศ ทั้งที่เรื่องที่เกิดขึ้น เกิดจากเจ้าหน้าที่พศ. นำงบประมาณผิดประเภทมาให้พระสงฆ์ เมื่อหลายปีที่แล้ว แต่เพิ่งจะมาตามดำเนินการตรวจสอบ อีกทั้งในระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2540 มาตรา 19/1 ระบุว่า ส่วนราชการต่างๆ สามารถใช้งบร่วมกันกับส่วนอื่นๆ และตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 4 มาตรา 59 ระบุว่า บุคคลจะได้รับผิดทางอาญาต่อเมื่อกระทำโดยเจตนา ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นเชื่อว่าพระสงฆ์ไม่มีเจตนา อีกทั้งไม่รู้ด้วยว่า พศ.นำงบประมาณส่วนใดมาให้

นายจรูญ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น จะไปยื่นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความด้วยว่า การที่ศาลและตำรวจ ดำเนินการให้พระสงฆ์สละสมณเพศ ทั้งที่ยังไม่มีการวินิจฉัยคดี คดียังไม่เข้าสู่ศาล เป็นการละเมิด พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 30 หรือไม่ ซึ่งระบุว่า เมื่อจะต้องจำคุก กักขัง หรือขังพระภิกษุรูปใดตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศนั้น แต่ว่าขณะนี้ยังไม่มีการพิสูจน์ ยังไม่มีการไต่สวน แต่กลับไปจับอดีตพระสึก และนำเข้าสู่ห้องขังทันที

“ในเรื่องคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่าพบหลักฐานการโอนเงินชัดเจน เงินที่โอนก็ต้องพิสูจน์ก่อนว่าโอนไปทำอะไร อย่างเช่นกรณีวัดสามพระยาวรวิหาร ก็พบว่ามีการโอนไปให้ลูกศิษย์ของวัดที่วัดให้ลูกศิษย์คนนี้สำรองจ่ายค่าก่อสร้างอาคารไปก่อน ส่วนวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ก็ทราบมาว่ามีเงินจำนวนหนึ่งที่โอนให้กับผู้ที่มีหน้าที่ในการวาดภาพจิตรกรรมภายในวิหาร ศาลาต่างๆ ภายในวัด ดังนั้นกรณีการโอนเงินไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นแค่ว่าโอน แล้วดำเนินการทางกฎหมายเลย ควรพิสูจน์ก่อนด้วย เพราะหากดำเนินการแบบนี้ คงแย่กันหมดแน่ เพราะไม่มีการไต่สวนให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงแต่อย่างใด” นายจรูญ กล่าว.

ที่มา มติชน