วิตกการผลิตล้นฉุดราคาน้ำมันดิบร่วงกว่า1%

วิตกการผลิตล้นฉุดราคาน้ำมันดิบร่วงกว่า1%

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปรับตัวลงกว่า1% จากความวิตกเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของสหรัฐ ซึ่งใกล้แตะระดับการผลิตของรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันมากที่สุดของโลกในขณะนี้

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 1.23 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 65.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้่ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 81 เซนต์ หรือ 1% ที่ 76.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาสัญญาน้ำมันเวสต์เท็กซัส มีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยร่วงลงเกือบ 2% ในสัปดาห์นี้ หลังจากทรุดตัวลงเกือบ 5% ในสัปดาห์ที่แล้ว จากข่าวที่ว่าซาอุดิอาระเบียและรัสเซียกำลังหารือกันในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 215,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนมี.ค. สู่ระดับ 10.47 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ได้ทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ โดยคาดว่าสหรัฐจะผลิตน้ำมันมากกว่า 120,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 11.17 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งจะทำให้สหรัฐแซงหน้ารัสเซียกลายเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลก ขณะที่สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันได้มากกว่าซาอุดิอาระเบียในปีที่แล้ว

สำหรับในปีหน้าอีไอเอ คาดว่าสหรัฐจะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น 570,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 11.27 ล้านบาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันราคาน้ำมันในตลาด โดยดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จะลดความน่าดึงดูดของสัญญาน้ำมัน โดยทำให้สัญญามีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

ดอลลาร์ดีดตัวเทียบเยนและยูโรในวันนี้ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่ง และการพุ่งขึ้นของค่าจ้างแรงงาน ซึ่งช่วยหนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 12-13 มิ.ย.

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ