‘เรืองไกร’ จ่อบุกทำเนียบ – จี้ ‘บิ๊กตู่’ พักงาน ‘รมว.ดอน’

‘เรืองไกร’ จ่อบุกทำเนียบ – จี้ ‘บิ๊กตู่’ พักงาน ‘รมว.ดอน’

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยว่า กรณีที่คู่สมรสนายดอน ปรมัตถ์วินัย ถือหุ้นในบริษัทเกิน 5 % แต่นายดอน ในฐานะ รมว. ต่างประเทศ ไม่ได้แจ้ง ป.ป.ช. ภายในสามสิบวัน จนต่อมาปรากฏข่าว กกต. ได้วินิจฉัยและลงความเห็นเป็นมติว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ มีเหตุที่อาจพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะตัวนั้น มีนักกฎหมายหลายคน ออกมาแสดงความเห็นเพื่ออุ้มนายดอน โดยไม่ดูข้อเท็จจริงข้อกฎหมายให้ครบถ้วน ทั้งที่ในอดีตมีรัฐมนตรีโดนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งกรณีคู่สมรสถือหุ้นเกิน 5% มาแล้ว เช่น คำวินิจฉัยที่ 9/2551 ที่มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายคล้ายกับกรณีนี้อย่างมาก แต่นักกฎหมายเหล่านี้กลับมองข้ามไม่ยกมาเทียบเคียง เรื่องอย่างนี้ ไม่ใช่แค่นายดอนจะพิจารณาตัวเองอย่างไร แต่ตนจะไปเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีต้องพิจารณาเพื่อสั่งพักงานหรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนด้วย ทั้งนี้เพื่อให้สังคมได้ติดตามดูว่า นายกฯ จะทำอย่างไรกับคนในรัฐบาลเอง โดยไม่ควรต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งตามมาตรา 82 วรรคสอง

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า กรณีรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลนี้ ถูกกล่าวหาหรือถูกลงมติแล้วว่าอาจกระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เกิดขึ้นหลายกรณี แต่เรื่องกลับดำเนินไปอย่างล่าช้า จนถูกล้อเลียน เช่น เรื่องแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน เป็นต้น ดังนั้น ถ้าเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับคนในรัฐบาลแล้วนายกฯ ยังนิ่งเฉย หรือบ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถามสื่อ ก็อาจจะเกิดข้อครหาทางจริยธรรม และอาจถูกล้อเลียนต่อเติมถ้อยคำจากกรณีนี้เป็นว่า “แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน หุ้นพ่อ” ตามมาอีกได้ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อตัวนายกฯ ดังนั้น เพื่อให้สังคมได้ติดตามว่า นายกฯ จะปฏิบัติอย่างไร เมื่อมีกรณีที่เกิดกับคนของรัฐบาลเองอีกแล้ว ตนจึงจะไปเรียกร้องให้นายกฯ ต้องพิจารณาและตอบเรื่องนี้ผ่านสื่อว่า จะพิจารณาสั่งหรือขอให้นายดอนพักงานหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะออกคำสั่งตามมาตรา 82 วรรคสอง หรือไม่ โดยจะไปยื่นเป็นหนังสือด้วยตนเองในเช้าวันอังคารที่ 5 มิถุนายนประมาณเวลา 9.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล.

ที่มา มติชน