ปลูกมะม่วงขายรายได้เป็นล้าน

ปลูกมะม่วงขายรายได้เป็นล้าน

*********
ภาคเหนือตอนล่าง เป็นแหล่งผลิตมะม่วงเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้แก่ พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ มะม่วงคุณภาพดีส่งขายตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกมะม่วงประมาณ 20,000 ไร่

ภาคเหนือตอนล่าง ถือเป็นแหล่งผลิตมะม่วงเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ปลูกมะม่วงรวมประมาณ 200,000 ไร่ ผลิตมะม่วงคุณภาพดีส่งขายตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ที่จังหวัดพิจิตร ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก ถือเป็นจุดเริ่มต้นการผลิตมะม่วงเชิงพาณิชย์ที่เก่าแก่ที่สุดมีการปลูกมะม่วงมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกมะม่วงประมาณ 20,000 ไร่ ผลผลิตหลัก ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงฟ้าลั่น และมะม่วงเพชรบ้านลาด

สวนโชคอำนวย ผลิตมะม่วงคุณภาพปีละกว่า 500 ตัน คุณจรัญ อยู่คำ เจ้าของถือได้ว่าเป็นเกษตรกรระดับแนวหน้าที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เซียนมะม่วงตัวจริง” เพราะทุกปีมะม่วงจากสวนโชคอำนวย นอกจากจะติดผลดกแล้ว ยังเป็นสวนที่ผลิตมะม่วงได้สวยงามมีคุณภาพดี พื้นที่สวนโชคอำนวย มีกว่า 400 ไร่ ถูกจัดสรรแบ่งแปลงปลูกอย่างลงตัว โดยแบ่งเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ 250 ไร่ และส่วนที่เหลือเป็นแปลงปลูกมะม่วงรับประทานผลดิบ เช่น ฟ้าลั่นและเพชรบ้านลาด คุณจรัญ แนะนำว่า ถ้าเราจะปลูกมะม่วงในเชิงพาณิชย์ จะต้องปลูกมะม่วงหลายพันธุ์ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการตลาด

มะม่วง 3 สายพันธุ์ของสวนโชคอำนวย 1.มะม่วงฟ้าลั่น เป็นมะม่วงบริโภคผลดิบ รสชาติมัน กรอบ หรือที่เรียกกันว่า มะม่วงมัน เป็นพันธุ์ที่จัดการง่าย สู้ฝน (กรณีทำมะม่วงผ่าฝน) มีระยะเวลาในการดูแลสั้น หลังออกดอกไม่เกิน 4 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว และไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการห่อผลที่จะมีต้นทุนมากพอสมควร ออกผลค่อนข้างดก ลักษณะผลจะกลมมากกว่ามะม่วงพันธุ์สายฝน แต่มีความยาว พอ ๆ กัน ปลายผลกลมมนเมื่อผลแก่จัดเนื้อจะเปราะบางมากและอาจจะแตกทันทีเมื่อถูกคมมีดซึ่งเป็นลักษณะประจำพันธ์ุเห็นได้ชัด ลักษณะเปลือกจะหนา แต่ไม่เหนียว มีต่อมขนาดปานกลางเห็นได้ชัด และกระจายอยู่ทั่วผล ผิวเปลือกเป็นสีเขียวเข้ม เนื้อขาวนวล ลักษณะผิวหยาบ กรอบ มีเสี้ยนค่อนข้างน้อย รสชาติมันตั้งแต่ผลเล็ก ๆ เมื่อแก่จัดรสชาติจะหวานมัน ผลสุก ผิวเขียวปนเหลือง เนื้อเป็นสีเหลืองเนื้อค่อนข้างละเอียด มีเสี้ยนน้อยรสหวานไม่จัดนัก อย่างพื้นที่ปลูกมะม่วงขายดิบ 1 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 1.5-2 ตัน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 15-20 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพผลผลิต และภาวะการตลาด บางครั้งพบว่าช่วงขาดตลาด ราคาจะสูงถึงกิโลกรัมละ 28 บาทก็มี

2.มะม่วงเพชรบ้านลาด เป็นมะม่วงบริโภคผลดิบอีกพันธุ์ที่รสชาติมันอร่อย ที่ปลูกเพราะติดผลง่ายจัดการไม่ยุ่งยาก แม้ราคาจะต่ำกว่ามะม่วงฟ้าลั่น แต่ก็ยังเป็นมะม่วงที่ทำเงินได้เร็วสำหรับชาวสวน ราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 10-15 บาทต่อกิโลกรัม และ 3.มะม่วงน้ำดอกไม้ จะมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ “มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4” และ “น้ำดอกไม้สีทอง” โดยทั่วไปแล้วราคาน้ำดอกไม้สีทองจะสูงกว่าน้ำดอกไม้เบอร์ 4 แต่ที่ยังมีมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 อยู่เพราะเป็นต้นที่ปลูกก่อนมีอายุมากไม่สามารถเปลี่ยนยอดได้แล้ว ซึ่งความแตกต่างก็จะเป็นที่เปลือก น้ำดอกไม้เบอร์ 4 จะผิวเขียวกว่าส่วนน้ำดอกไม้สีทองจะออกสีเหลืองมากกว่าและเมื่อสุกสีจะแตกต่างชัดเจน (กรณีไม่ห่อผล) โดยมะม่วงน้ำดอกไม้ทั้งหมดจะทำการห่อผลด้วยถุงห่อคาร์บอนทั้งหมด เพื่อให้ผิวเหลืองสวยทั้งหมด เป็น ที่ต้องการของตลาดและป้องกันแมลงวันทอง ส่วนรสชาติ น้ำดอกไม้ เบอร์ 4 รสชาติจะหวานฉ่ำกว่าและเนื้อนิ่มกว่า ส่วนน้ำดอกไม้สีทองจะออกหวานแต่ไม่หวานจัดเท่าน้ำดอกไม้เบอร์ 4 และเนื้อจะแข็งกว่า ในเรื่องความนิยม เบอร์ 4 นั้นจะได้รับความนิยมมากในผู้ที่รับประทานกับข้าวเหนียวมูนจะเข้ากันมากเพราะรสชาติที่หวานจัด ส่วนน้ำดอกไม้สีทองนั้นความนิยมก็ไม่ได้แพ้กันเนื่องจากผิวที่เหลืองสวยงาม เนื้อมะม่วงค่อนข้างทนต่อสภาพอากาศเก็บไว้ได้นานกว่า แม้รสชาติจะเป็นรองเบอร์ 4 จึงเป็นที่นิยมส่งออกไปยังต่างประเทศ นอกจากผิวสวยแล้วยังเก็บรักษาได้นานเพราะเนื้อแข็งกว่าเบอร์ 4

“มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4” เปลือกบาง หวานจัด เหมาะขายตลาดในประเทศ ราคาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 25-35 บาท “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง” เปลือกหนา หวานน้อยกว่าน้ำดอกไม้เบอร์ 4 แต่เป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศ เพราะผิวเหลืองสวยงาม ราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองนั้นจะต่างกันมาก ระหว่างขายในประเทศ และขายตลาดต่างประเทศ บางครั้งพบว่าราคาขายในประเทศอยู่ที่ กิโลกรัมละ 35-50 บาท แต่ถ้าคัดส่งขายต่างประเทศมีราคาสูงกิโลกรัมละ 90-120 บาท.
__________
ที่มา เดลินิวส์