ปล่อยข่าวจ่อจับอีก 3 วัดดัง โกงเงินทอนวัด

ปล่อยข่าวจ่อจับอีก 3 วัดดัง โกงเงินทอนวัด

*********
‘บิ๊กแป๊ะ’ เร่งหาไอ้โม่งตัวการ วางแผนพา ‘พรหมเมธี’ ลี้ภัย พันธรรมกาย 7 สาขาเยอรมนีโอกาสได้ตัว “อดีตพระพรหมเมธี” กลับมาดำเนินคดีเริ่มเลือนราง ต้องรอเจ้าหน้าที่ศูนย์รับผู้ลี้ภัยประเทศเยอรมนี ตรวจสอบคำร้องของฝ่ายอดีตพระพรหมเมธีและเอกสารการดำเนินคดีของตำรวจไทยก่อน ขณะที่ลูกศิษย์ในไทยเตรียมเดือดร้อน ตำรวจสอบสวนกลางเจรจาให้ช่วยเกลี้ยกล่อมกลับมาสู้คดี ไม่งั้นเตรียมตัวถูกดำเนินคดีกราวรูด ส่วนขบวนการพาหลบหนีก็ไม่รอด สอบลึกหา “ไอ้โม่ง” ที่เตรียมเส้นทางหลบหนี ซื้อตั๋วเครื่องบิน ไปจนถึงจ้างทนายยื่นเอกสารขอลี้ภัยไว้ล่วงหน้า แฉเดินทางไปถึงสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตแล้วเดินไปขอลี้ภัยทันที ไม่ได้ผ่านช่องทางตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเลี่ยงข้อกฎหมายใช้เอกสารเดินทางถูกยกเลิก อาจเป็นเหตุให้ถูกผลักดันออกนอกประเทศ “หมอมโน” สงสัยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายบาวาเรียช่วยเหลือเพราะสนิทสนมขนาดมีห้องรับรองชื่อ “พรหมเมธี” ในวัด แถมมีเครือข่ายวัดพระธรรมกายทั่วประเทศเยอรมนีถึง 7 วัด ด้าน “พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร” จนท.ดีเอสไอ และคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร มส.โพสต์เฟซบุ๊กแฉชื่อวัดถูกดำเนินคดีลอต 4 วันเดียว 2 ครั้ง ครั้งแรกระบุวัดปากน้ำ วัดพิชัยญาติฯ และวัดบวรฯ ครั้งที่สองเปลี่ยนเป็นวัดปากน้ำ วัดพิชัยญาติฯ และวัดราชสิทธิ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเผย อดีตพระ พรหมสิทธิป่วยเส้นเลือดฝอยตาแตก ส่วนอดีตพระพุทธะอิสระเป็นแผลในกระเพาะอาการไม่หนักทั้งคู่

กรณีตำรวจลุยตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัดพบ หลักฐานการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภทคือ 1.เงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด 2.เงินอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3.เงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนก ธรรม และแผนกบาลี มีผู้เกี่ยวข้องเข้าข่ายความผิดหลายระดับ ตั้งแต่อดีต ผอ.พศ. เจ้าหน้าที่ พศ.และพระหลายรูป ตำรวจกองปราบฯซุ่มรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับพระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร พระครูสิริวิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พระ พรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ เลขาฯเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยาฯ และพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ในวันเดียวกันชุดสืบสวนกองปราบปรามยังจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ ตามหมายจับข้อหา ปลอมพระปรมาภิไธย ถูกสึกส่งเข้าเรือนจำเช่นกัน เหลือเพียงพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธ-วงศาราม และเจ้าคณะภาค 4-7 ที่ถูกออกหมายจับและหลบหนีไปขอลี้ภัยที่ประเทศเยอรมนี ทางการไทยกำลังประสานขอตัวส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. มีรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ประเด็นการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ที่หลบหนีไปขอลี้ภัยที่สนามบินนานาชาติ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี อ้างในคำร้องว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถูกกลั่นแกล้งจากเรื่องการเมืองและศาสนา เป็นประเด็นสำคัญที่ทางการประเทศเยอรมนีกำหนดไว้ว่า สามารถให้สิทธิเป็นผู้ลี้ภัยได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ไทยหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงต่างประเทศ เจ้าหน้าที่กงสุลไทยประจำนครแฟรงก์เฟิร์ต และตำรวจไทย กำลังประสานงานและส่งหลักฐานการดำเนินคดีอดีตพระพรหมเมธีไปให้เจ้าหน้าที่เยอรมนีที่พิจารณาว่า จะอนุมัติให้อดีตพระพรหมเมธีเป็นผู้ลี้ภัยหรือไม่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ไทยส่งเอกสารไปให้หลายครั้งตามที่ได้รับการร้องขอ อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของสำนักผู้ลี้ภัยประเทศ เยอรมนีอย่างลุ้นระทึก

มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ชุดติดตามจับกุมตัว ได้วิเคราะห์เส้นทางการหลบหนี และที่มาที่ไปขบวนการพาอดีตพระพรหมเมธีเดินทางไปประเทศเยอรมนี เชื่อว่าถูกวางแผนมาอย่างดี เพราะเส้นทางการหลบหนีถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ มีผู้เตรียมเส้นทาง พาหนะ และตั๋วการเดินทางทั้งหมดไว้ให้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบหาตัวผู้ให้ความช่วยเหลือทั้งหมด เพราะเชื่อว่าต้องมีหลักฐานหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะคนจ่ายเงินจองตั๋วเครื่องบินให้ หรือแม้กระทั่งเอกสารการขอลี้ภัยที่สนามบินนานาชาตินครแฟรงก์เฟิร์ต ที่ชุดสืบสวนเชื่อว่าถูกยื่นไว้ที่สำนักผู้ลี้ภัยก่อนที่อดีตพระพรหมเมธีจะเดินทางไปถึงด้วยซ้ำ เนื่องจากหลังเดินทางถึงสนามบิน แฟรงก์เฟิร์ตอดีตพระพรหมเมธีไม่ได้ใช้พาสปอร์ตสีน้ำเงินที่ถูกทางการไทยยกเลิกเพื่อขอเข้าประเทศด้วยซ้ำ แต่เดินไปที่ศูนย์ผู้ลี้ภัยภายในสนามบินเพื่อขอลี้ภัยทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองนครแฟรงก์เฟิร์ตไม่สามารถผลักดันออกนอกประเทศข้อหาพาสปอร์ตถูกยกเลิกได้

มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้กลุ่มลูกศิษย์ทั้งพระและฆราวาสของอดีตพระพรหมเมธีกำลังถูกกดดันอย่างหนัก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่พยายามเจรจาและเตือนสติ ให้ไปช่วยเกลี้ยกล่อมให้อดีตพระพรหมเมธีเดินทางกลับมาสู้คดีในประเทศไทย เพราะถ้ายังดื้อแพ่งต่อไป คนใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนีครั้งนี้ จะต้องเดือดร้อนถูกดำเนินคดีทุกคน เพราะอดีตพระพรหมเมธีเพียงคนเดียว

ที่กองปราบปรามวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเจ้าของสำนวนคดียังไม่ได้รับการประสานอย่างเป็นทางการจากคณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่เดินทางไปยังประเทศเยอรมนี เพื่อเจรจานำตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยว่า จะนำตัวมาดำเนินคดีได้เมื่อไหร่ ล่าสุดมีรายงานว่า คณะตำรวจที่เพิ่งเดินทางกลับมาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ประสานมายังนายตำรวจระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ด้วยวาจาแล้วว่า ทางการเยอรมันจะยังไม่ส่งตัวผู้ต้องหาให้ในเร็ววันนี้ อยู่ระหว่างพิจารณาเอกสารการขอลี้ภัย สาเหตุที่ต้องใช้เวลานานเนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารและสถานะที่แท้จริงของอดีตพระพรหมเมธีที่ทางการไทยส่งไปให้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองปราบฯเดินทางไปยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่สถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่า อดีตพระพรหมเมธีเป็นผู้ต้องหาหลักคดีร่วมกันฟอกเงิน ไม่ใช่คดีการเมืองหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน หากทราบผลการพิจารณาแล้วทางเยอรมันจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง อาจผ่านทางสถานทูตหรือช่องทางตำรวจสากล

ด้าน นพ.มโน เลาหวณิช อดีตลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ตนได้รับทราบข้อมูลจากลูกศิษย์ภายในวัดพระธรรมกายว่า มีพระวัดพระธรรมกายคอยให้ความช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธี คอยอำนวยความสะดวกให้อดีตพระพรหมเมธีให้หลบหนีไปที่วัดพระธรรมกายในประเทศเยอรมนี โดยเฉพาะวัดพระธรรมกายรัฐบาวาเรีย และวัดพระธรรมกายสาขาไรน์แลนด์ ชานเมืองแฟรงก์เฟิร์ต อยากให้ตำรวจเรียกตัวพระวิเทศภาวนาธรรม วิ. (ไวโรจน์ วิโรจโน) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายบาวาเรียมาสอบถามด้วย เพราะตนทราบมาว่า พระวิเทศภาวนาธรรมเดินทางไปประเทศเยอรมนีช่วงวันที่ 24 พ.ค. และกลับมาประเทศไทยวันเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แต่คนละเที่ยวบินกัน

“ทำให้เชื่อได้ว่าพระวิเทศภาวนาธรรม เดินทางไปเตรียมทนายความที่เยอรมนีเพื่อช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีหรือไม่ เพราะอดีตพระพรหมเมธีมีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดพระธรรมกายบาวาเรีย เคยเดินทางไปวัดแห่งนี้หลายครั้ง ที่สำคัญที่วัดพระธรรมกายบาวาเรียยังมีห้องรับรองวีไอพี ชื่อห้องว่า “พรหมเมธี” ด้วย การที่อดีตพระพรหมเมธีตั้งใจเดินทางไปประเทศเยอรมนี เชื่อว่าต้องทราบข้อมูลมาก่อนแล้วว่า ประเทศเยอรมนีพร้อมรับผู้ลี้ภัย และเครือข่ายวัดพระธรรมกายในประเทศนี้ถือว่าเข้มแข็งที่สุดในยุโรปด้วย” นพ.มโนกล่าว

ขณะที่ในเว็บไซต์วัดพระธรรมกาย ระบุข้อมูลศูนย์ประสานงานต่างประเทศ ถึงสาขาวัดพระธรรมกายในประเทศเยอรมนีที่เป็นศูนย์ประสานงานต่างประเทศมีถึง 7 วัด ประกอบด้วย วัดพระธรรมกายบาวาเรีย วัดพระธรรมกายเบอร์ลิน วัดพุทธฮัมบวร์ก วัดพระธรรมกายแฟรงก์เฟิร์ต วัดพระธรรมกายชวาร์ชวัลต์ วัดพุทธไฮล์บรอนน์ วัดพุทธนอร์ดไรน์ เวสฟาว์เลน

ส่วนการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดลอต 4 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจ บก.ปปป. เน้นวัดที่ได้งบเกิน 1 ล้านบาท ตั้งแต่ช่วงปี 2554-2559 ขณะนี้ตรวจสอบไปแล้วกว่า 100 วัด พบการทุจริตเงินทอนวัดประมาณ 30 วัด เป็นวัดทางภาคกลางและภาคเหนือ ส่วนวัดอื่นๆเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน หากมีพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์จะส่งให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป.ทันที

วันเดียวกันมีรายงานว่า กลุ่มไลน์พระสงฆ์ส่งต่อข้อความที่นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเวลา 17.38 น. วันที่ 8 มิ.ย.ระบุว่า “ข่าวเตรียมจับเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ วัดพิชัยญาตฯ อีกวัดคาดว่าวัดบวรฯครับ” จากนั้นนายพิสิฐชัยโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งเวลา 21.41 น.วันเดียวกันระบุว่า “ข่าวทำคดีเงินทอน เจ้าอาวาสวัด ปากน้ำ วัดพิชัยญาตฯ อีกวัดราชสิทธิครับ” ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มพระสงฆ์เป็นอย่างมากว่า รายชื่อวัดดังกล่าวอยู่ในคดีเงินทอนวัดลอต 4 หรือไม่ เนื่องจากนายพิสิฐชัยถือเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ใกล้ชิด กับคณะสงฆ์ ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากมหาเถรสมาคม (มส.) ให้เป็นคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร ของคณะกรรมการติดตามข้อมูลข่าวสารของ มส.ด้วย คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัด ไตรมิตรวิทยาราม กรรมการ มส.เป็นประธาน

ส่วนความเคลื่อนไหวขององค์กรทางพระพุทธศาสนา นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานสมาพันธ์ทนายความปกป้องพระพุทธศาสนากล่าวว่า ขณะนี้มีทนายความเข้ามาร่วมกับสมาพันธ์ฯแล้วกว่า 50 คน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับวัดที่ถูกกล่าวหาคดีเงินทอนวัด นอกจากนี้ตนยังได้รับการติดต่อจากกลุ่มพระนิสิตซึ่งเป็นพระรุ่นใหม่ให้ไปช่วยดูเรื่องกฎหมายต่างๆ เนื่องจากพระนิสิตกลุ่มนี้กำลังรวมตัวกันตั้งเป็นสมาพันธ์พระนิสิตแห่งประเทศ ไทย เพื่อเตรียมออกมาหาแนวทางเคลื่อนไหวจากกรณีบังคับให้อดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ต้องสละสมณเพศ จากการสอบถามทราบว่า สมาพันธ์พระนิสิตดังกล่าวเกิดจากการรวมตัวของพระนิสิตที่ศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ

ความคืบหน้าจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยถึงอาการป่วยของอดีตพระผู้ใหญ่คดีเงินทอนวัดที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายธงชัย สุขโข หรืออดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ทำกิจวัตรประจำวันส่วนตัว ทั้งอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน เสร็จแล้ว ปรากฏว่าพบเลือดออกที่ลูกตาด้านขวา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวอดีตพระพรหมสิทธิส่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยสาเหตุ แพทย์ระบุว่า มีอาการอักเสบเล็กน้อย อาจเกิดจากเส้นเลือดฝอยในดวงตาแตกตามปกติเมื่อขยี้ตา ไม่น่าเป็นห่วง หลังการตรวจเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวกลับมายังเรือนจำแล้ว ส่วนด้านการปรับตัวพบว่า อดีตพระพรหมสิทธิปฏิบัติภารกิจประจำวันได้เช่นเดียวกับผู้ต้องหาทั่วไปแล้ว มีคนรู้จักเป็นจำนวนมากคอยดูแล

“ส่วนอาการป่วยของนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ หลังเข้าตรวจร่างกายอย่างละเอียด ด้วยการส่องกล้องเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร เพื่อหาสาเหตุอาการเลือดออกในทางเดิน อาหาร พบว่ามีแผลในกระเพาะอาหารไม่น่าวิตกกังวล มากนัก แพทย์ให้ยามารับประทานและนัดตรวจอีกครั้งวันที่ 21 มิ.ย. แต่ต้องทำกายภาพบำบัดอาการปวดหลังทุกวัน วันละ 40 นาที” ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯกล่าว.
_________
ที่มา ไทยรัฐ