ลำไยยักษ์พันธุ์ “จัมโบ้” ผลใหญ่ เมล็ดลีบ ติดผลดี

ลำไยยักษ์พันธุ์ “จัมโบ้” ผลใหญ่ เมล็ดลีบ ติดผลดี

*********
ลำไยยักษ์พันธุ์ “จัมโบ้” ลำไยสายพันธุ์ใหม่ ที่กรมวิชาการเกษตรได้มีหนังสือรับรองพันธุ์ขึ้นทะเบียนกรมวิชาการเกษตรลำไยอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ได้จากการกลายพันธุ์มาจากการเพาะเมล็ด เป็นพันธุ์ที่เหมาะต่อการบริโภคสด

ลำไยยักษ์พันธุ์ “จัมโบ้” ลำไยสายพันธุ์ใหม่ ที่กรมวิชาการเกษตรได้มีหนังสือรับรองพันธุ์ขึ้นทะเบียนกรมวิชาการเกษตรลำไยอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ได้จากการกลายพันธุ์มาจากการเพาะเมล็ด เป็นพันธุ์ที่เหมาะต่อการบริโภคสด ผลมีขนาดใหญ่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร ขนาดผลใหญ่กว่าลำไยเกรด A ที่ส่งขายต่างประเทศถึง 2 เท่า เป็นลำไยที่เนื้อหนาแข็งและแห้งไม่แฉะน้ำ มีความหวานเฉลี่ย 13-15 เปอร์เซ็นต์บริกซ์ ที่น่าสนใจคือ เมล็ดลีบเกือบทุกผล
ลำไยพันธุ์จัมโบ้เป็นต้นที่ได้จากการปลูกด้วยเมล็ดและกลายพันธุ์มาดีจากลำไยต้นหนึ่งในเขต อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ลักษณะของการติดผลของลำไยพันธุ์นี้อยู่ในระดับปานกลางก็จริง มีจำนวนผล 15-20 ผลต่อช่อ, ลักษณะผลจะกลมแป้น ผิวเปลือกเรียบมีสีน้ำตาลปนเหลือง เปลือกหนาประมาณ 1.3 มิลลิเมตร ในธรรมชาติจะออกดอกในช่วงเดือนมกราคมและเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนสิงหาคม เนื่องจากเป็นลำไยที่พบเปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบในช่อค่อนข้างสูงมาก(แทบเรียกได้ว่า 100 เปอร์เซ็นต์) โดยจากการที่นำมาปลูกที่ “สวนคุณลี” อ.เมือง จ.พิจิตร พบว่าใน 1 ช่อพบว่าผลลำไยยักษ์พันธุ์จัมโบ้นั้นมีเมล็ดลีบ 100 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นพันธุ์ลำไยที่น่าสนใจเป็นอย่างมากสายพันธุ์หนึ่ง คือรสชาติ ลักษณะเหมือนลำไยพันธุ์ดอ คือรสชาติหวาน มีเนื้อหนาแห้งและกรอบ ขนาดผลใหญ่ 3-4 เซนติเมตร

ทั้งนี้สวนคุณลี อ.เมือง จ.พิจิตร ได้นำมาปลูกลำไยพันธุ์นี้มานานกว่า 10 ปี พบว่า มีการเจริญเติบโตเร็ว ทั้งปล่อยให้ออก ดอกตามธรรมชาติในบางปีที่อากาศหนาวเย็น (ซึ่ง จ.พิจิตร อากาศค่อนข้างร้อนทั้งปี) ก็พบว่าสามารถออกดอกติดผลได้ดี และโดยวิธีบังคับให้ออกนอกฤดูกาลโดยใช้สารโพแทสเซียม คลอเรตราดรอบทรงพุ่มต้น ซึ่งสามารถบังคับให้ลำไยออกดอกได้ทุกปีตามที่ต้องการ โดยพบว่าลำไยยักษ์พันธุ์จัมโบ้ตอบสนองสารโพ แทสเซียมคลอเรตได้ดีมากออกดอกติดผลได้ตามกำหนด ทำให้ลำไยพันธุ์นี้สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ในบ้านเราและบังคับให้ออกดอกได้ด้วยสาร โพแทสเซียมคลอเรตได้อย่างง่ายดาย และปัจจุบันที่สวนคุณลี ได้ผลิตผลลำไยยักษ์ จัมโบ้ออกสู่ตลาด จำหน่าย ออกจากสวน กก.ละ 200 บาททีเดียว ได้รับการตอบรับที่ดีมากและสร้างความประหลาดใจกับผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลมีขนาดใหญ่มาก เนื้อหนา และที่สำคัญเมล็ดลีบทุกผล

การปลูก เริ่มจากการเตรียมดิน ให้ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 20-25 วัน พรวนย่อยดินอีก 1-2 ครั้งและปรับระดับดินให้สม่ำเสมอตามแนวลาดเอียงวิธีการปลูก ระยะปลูก วางผังระยะปลูกมีหลายระยะนั้นขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยเช่นการจัดการโดยใช้เครื่องจักรก็จะใช้ระยะปลูกที่กว้างระหว่างแถวและต้น 8×8 เมตรหรือ 10×8 เมตร เป็นต้น ส่วนถ้ามีพื้นที่น้อย ต้องการจำนวนต้นที่เยอะ ดูแลทั่วถึงสามารถควบคุมทรงพุ่มได้ก็จะปลูกระยะถี่ลงมา เช่น ระยะ 7×5 เมตรหรือ 6×6 เมตร วิธีปลูกขุดหลุมปลูกขนาดประมาณ 80x80x30 เซนติเมตร (กว้างxยาวxลึก) รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดีแล้ว อัตรา 3-5 กิโลกรัมต่อหลุม โดยผสมกับหน้าดิน ใส่ลงหลุม พูนดินสูงจากปากหลุมประมาณ 15 เซนติเมตร

ก่อนปลูกทำหลุมเท่าถุงเพื่อวางชำต้นกล้าตัดรากที่ขดงอรอบ ๆ ถุงชำต้นกล้าทิ้งไปเฉพาะบริเวณก้นถุงใช้มีดคมกรีดจากก้นถุงขึ้นมาปากถุงทั้งสองด้านแล้วดึงถุงพลาสติกออกระวังอย่าให้ดินแตก กลบดินให้แน่น ปักไม้หลักและผูกเชือกยึดต้นเพื่อป้องกันต้นกล้าโยกคลอนรดน้ำให้ชุ่มพรางแสงให้จนกระทั่งแตกยอดอ่อน 1 ครั้ง จึงงดการพรางแสง การดูแลรักษาการใส่ปุ๋ยลำไยอายุ 1-3 ปี หลังจากต้นแตกใบอ่อนชุดที่ 1 ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 100 กรัมต่อต้น ปีละ 3 ครั้ง และเพิ่มขึ้นปีละ 2 เท่าทุกปี ลำไยอายุ 4 ปี ก็จะพร้อมในการทำลำไยนอกฤดู.
__________
ที่มา เดลินิวส์