ชงตั้งกก.ฉก.เงินทอนวัด ป.สรุปส่งฟ้องภายในมิ.ย.

ชงตั้งกก.ฉก.เงินทอนวัด ป.สรุปส่งฟ้องภายในมิ.ย.

*********
“บิ๊กป้อม” บอกปัดไม่ทราบ กรณีทางการเยอรมนีปฏิเสธ ส่งตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในไทย ไม่มีรายงานความคืบหน้าแต่อย่างใด ขณะที่สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย เตรียมยื่นหนังสือเสนอทางออกคดีเงินทอนวัด ตั้งกรรมการเฉพาะกิจจากตัวแทนหน่วยงานเกี่ยวข้อง เสนอให้ประกันตัว พระทั้งหมดเพื่อสามารถหาหลักฐานมาสู้คดี พร้อมยอมรับการนุ่งห่มจีวรเพราะยังไม่มีการเปล่งวาจาลาสิกขา ด้านตำรวจกองปราบฯมั่นใจสามารถสรุปสำนวนทั้งหมดส่งฟ้องได้ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.

ความคืบหน้ากรณีปฏิบัติการชำระล้างวงการสงฆ์ รวมทั้งการดำเนินการกับฆราวาสทั้งในและนอกเครื่องแบบที่บิดเบือนข่าวสารมุ่งหวังสร้างความวุ่นวายในสังคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 14 มิ.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงกรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีภาษีอากร ดีเอสไอ ผู้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่องการบุกค้นเตรียมจับเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ว่าจากการสอบถามเหตุจูงใจของนายพิสิฐชัย พบการโพสต์ข้อความดังกล่าวนั้น เจ้าตัวต้องการให้พระพุทธศาสนาดีขึ้น โดยนำข้อมูลจากสื่อมวลชนไป

จินตนาการเพิ่ม สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความผิดทางวินัยและให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จากกองคดีภาษีอากร ไปปฏิบัติงานที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ คาดภายใน 30 วันจะทราบผลการสอบสวน ส่วนคดีอาญานำตัวส่งไปให้พนักงานสอบสวนกองปราบฯ ดำเนินการแล้ว

“ผมกำชับเรื่องระเบียบวินัยของหน่วยงานเป็นสำคัญ ถึงแม้นายพิสิฐชัยจะโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่มีตำแหน่งและหน้าที่อยู่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจทำให้สังคมสับสน ยิ่งเป็นพนักงานสอบสวนยิ่งต้องระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นให้มากขึ้น” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีรายงานความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตเงินอุดหนุนวัด ประกอบด้วย วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดสามพระยาวรวิหาร ว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนพบข้อมูลการทุจริตในส่วนของวัดสามพระยาฯเพิ่มเติม มีโฉนดที่ดินหลายแปลงปรากฏชื่อของอดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาฯ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินเป็นผู้ถือครอง 1 ในนั้นมีที่ดินใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติธรรม อยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจเนื่องจากพบที่ดินแปลงนี้มีสีกาคนหนึ่งบริจาคให้กับวัดสามพระยาฯ เมื่อปี 38 ครั้งที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นเจ้าอาวาสวัด ต่อมาอดีตพระพรหมดิลกเป็นเจ้าอาวาส มีการไปทำเรื่องโอนโฉนดมาเป็นชื่อของตัวเอง ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าการโอนที่ดินแปลงดังกล่าวถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ สำหรับความคืบหน้าของสำนวนคดีทั้ง 3 วัด พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ คาดว่าจะสรุปสำนวนเสร็จภายในสิ้นเดือน มิ.ย. และจะทยอยส่งฟ้องพร้อมคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทุกสำนวน เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาเข้าไปยุ่งเหยิงกับหลักฐาน ทั้งนี้ในส่วนของวัดสามพระยาฯกับวัดสัมพันธวงศารามฯ จะสรุปสำนวนเสร็จก่อน เหลือเพียงวัดสระเกศฯ ที่มีข้อมูลหลักฐานค่อนข้างมาก

ส่วนประเด็นการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) นั้น แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ทางการเยอรมนียังไม่มีคำตอบกลับมาว่าจะส่งมอบอดีตพระพรหมเมธีให้กับตำรวจไทยหรือไม่ หลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำคณะเดินทางไปประสานงานกับตำรวจสากลที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเป็นช่องทางติดต่อกับตำรวจเยอรมนีเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหารายนี้กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย สอดคล้องกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ไม่ทราบกรณีทางการเยอรมนี ปฏิเสธส่งตัวอดีตพระพรหมเมธี ที่หลบหนีคดีไปยื่นขอลี้ภัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย รวมทั้งกล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ไปดูเรื่องอาวุธปืนและไม่ได้รายงานความคืบหน้าอะไรมา

วันเดียวกัน นายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าสมาพันธ์จะไปยื่นหนังสือเสนอแนวทางแก้ไขและทางออกกรณีเงินทอนวัดต่อรัฐบาล อยู่ระหว่างประสานงานนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ 1 ชุด ตรวจสอบระบบการจ่ายเงินของ พศ. และระบบการใช้เงินหลังจากวัดได้รับงบประมาณต่างๆ รวมทั้งสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยมีอำนาจนิมนต์เชิญพระ และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อสรุปข้อมูลนำเสนอต่อรัฐบาล คณะกรรมการชุดนี้ต้องประกอบด้วยตัวแทนรัฐบาล ตัวแทน มส. ตัวแทน พศ. ตัวแทนมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง ตัวแทน ป.ป.ช. ตัวแทน ปปง. ตัวแทนตำรวจ ตัวแทนองค์กรพุทธที่เห็นต่างทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องเสนอศาลให้ประกันตัวพระผู้ใหญ่ทั้งหมด เพื่อจะได้สามารถหาหลักฐานมาต่อสู้คดี และต้องยอมรับการกลับมานุ่งห่มจีวร ด้วยเหตุที่พระผู้ใหญ่ทุกองค์ไม่ได้เปล่งวาจาลาสิกขาและศาลยังไม่ได้ตัดสินความผิดแต่ประการใด

นายกรณ์ยังให้ข้อมูลด้วยว่า ในข้อหาฟอกเงิน ของอดีตพระผู้ใหญ่ใน มส.นั้น ในส่วนวัดสามพระยาจากข้อมูลที่สอบถามอดีตพระพรหมดิลก จะสร้างอาคารเพื่อเป็นสถานที่เรียนบาลี นักธรรม ตั้งงบประมาณก่อสร้าง 30 ล้านบาท มีเจ้าหน้าที่ พศ.โยกเงินจากงบฯปริยัติสามัญมาให้ 5 ล้านบาท แต่ระหว่างที่ยังไม่ได้รับเงิน อดีตพระพรหมดิลกก่อสร้างโดยอาศัยเงินบริจาคและเงินของวัด แต่หลังจากทราบว่าจะได้รับเงินจาก พศ. 5 ล้านบาท จึงไปยืมเงินกับคนที่รู้จัก เพื่อไม่ให้การก่อสร้างสะดุด และเมื่อได้รับเงินจาก พศ. จึงโอนเงินไปใช้หนี้ ทั้งหมดไม่มีเอกสารหลักฐานการกู้ยืมและการคืนเงินที่กู้ยืมมา มีแต่หลักฐานการโอนเงินไปคืนเจ้าหนี้ ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นการฟอกเงิน ในส่วนของวัดสระเกศ จากข้อมูลที่สอบถามมา มส.มีมติให้วัดสระเกศ รับผิดชอบจัดงานวันวิสาขบูชาที่สนามหลวง เจ้าอาวาสในขณะนั้น ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) หรือพระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) จึงทำเรื่องของบฯจาก พศ. แต่ไม่ทัน วัดจึงสำรองเงินไปก่อน กระทั่งเงินที่ขอ พศ.ถูกโอนเข้ามา เลยเป็นการใช้เงินคืนที่สำรองจ่ายไป แต่ไม่มีการทำเอกสารการใช้หนี้ที่สำรองจ่ายไปล่วงหน้า วันเวลาผ่านไป อดีตพระพรหมสิทธิว่าจ้างและจ่ายเงินค่าทำโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ จนเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการนำเงินก้อนดังกล่าวไปฟอกเงิน.
_________
ที่มา ไทยรัฐ