เพศสัมพันธ์และโรคหลอดเลือดหัวใจ (13)

เพศสัมพันธ์และโรคหลอดเลือดหัวใจ (13)

*********
ยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดและการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรระงับยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นและให้รอดชีวิตได้
โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ

ข้อเสนอแนะ กิจกรรมทางเพศมีความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีภาวะโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ อย่างไรก็ตามควรเลื่อนกิจกรรมทางเพศออกไปก่อนในผู้ป่วยที่มีอาการโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติรุนแรง จนกว่าจะได้รับการรักษาให้ภาวะของโรคมีเสถียรภาพ ภาวะโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ เป็นโรคหัวใจทางพันธุกรรมที่มีความหลากหลายและเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะหัวใจหยุดเต้นให้เสียชีวิตอย่างกะทันหันในเด็กอายุน้อย ซึ่งรวมทั้งนักกีฬาในการแข่งขันต่าง ๆ ด้วย ประมาณร้อยละ 70 ของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ อาจมีการไหลเวียนของเลือดของหัวใจห้องล่างด้านซ้ายอุดตันระหว่างพัก หรือถูกกระตุ้นจากการออกกำลังกาย ซึ่งทำให้คาดการณ์ไม่ได้

มีการเชื่อมโยงระหว่างการออกกำลังกายกับเหตุการณ์การเสียชีวิตอย่างกะทันหันอันเนื่องมาจากภาวะหัวใจห้องซ้ายด้านล่างล้มเหลวและการเต้นของหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้เกิดความกังวลว่ากิจกรรมทางเพศที่รุนแรงอาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงในผู้ป่วยโรคนี้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลยืนยันว่าหัวใจหยุดเต้นแบบกะทันหัน ระหว่างการมีกิจกรรมทางเพศในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำหรือแนวทางปฏิบัติในการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ ที่ห้ามมีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาหรือกิจกรรมที่เลียนแบบรูปแบบการออกกำลังกายเช่นนั้น

ยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดและการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรระงับยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นและให้รอดชีวิตได้ เพราะกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการมีเพศสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้น ยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาขับปัสสาวะและยาลดอัตราการเต้นของหัวใจ ถูกระบุว่าอาจเป็นสาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อย่างไรก็ตามการศึกษาและความคิดเห็นล่าสุดไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหลายชนิดและร่วมสมัยกับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

มีการวิเคราะห์การวิจัยจำนวน 6 เรื่องซึ่งมีอาสาสมัครจำนวน 15,000 คน พบว่าการรักษาด้วยยาลดอัตราการเต้นของหัวใจ (ยาเบต้า บล็อกเกอร์) เพิ่มอัตราโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นประจำทุกปี โดยมีรายงานเพียง 5 การศึกษาต่อผู้ป่วย 1,000 คนและมีอัตราโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศประจำปีเพียง 3 รายต่อผู้ป่วย 1,000 ราย นอกจากนี้ผลกระทบที่เกิดจากการที่ร่างกายเราป่วยเมื่อเราคิดว่าเราจะป่วย (nocebo effect) อาจส่งผลต่องานวิจัยให้มีสถิติมากขึ้นผิดปกติคือ เมื่อผู้ป่วยทราบว่ายาชนิดหนึ่งสัมพันธ์กับการป่วยเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รับอะไรเข้าไปเลย บางครั้งการคิดว่าตนเองป่วยก็ทำให้ป่วยจริง ๆ สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผู้ป่วยโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ.

ศ.นท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
_________

ที่มา ไทยรัฐ