รำลึก 3 ปี ‘หลวงพ่อคูณ’ เทพเจ้าด่านขุนทด

loading...

พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองโคราช อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้มรณภาพเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 จากวันนั้นถึงวันนี้ใกล้จะ 3 ปีแล้ว แต่คุณความดีของหลวงพ่อคูณยังซึมซาบอยู่ในจิตใจของชาวโคราช และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ
หลวงพ่อคูณ เป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระและวิปัสสนาอย่างเคร่งครัด เป็นทั้งพระนักคิด พระนักเทศน์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือการใช้คำพูดแบบชาวบ้านๆ มีคำว่า “กู-มึง” ซึ่งเป็นคำโบราณที่ฟังแล้วรู้สึกมีความจริงใจ เป็นกันเอง เข้าใจง่าย
ส่วนคำสอนที่สำคัญของท่านคือการเสียสละ เพราะท่านได้นำปฏิบัติตั้งแต่การเสียสละทรัพย์สิน เงินทอง ที่ญาติโยมนำมาบริจาคให้ทุกบาท ทุกสตางค์ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยให้มากที่สุด
นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักดีว่าเป็น พระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคม วงการพระเครื่องทั่วประเทศให้การยอมรับว่าวัตถุมงคลของท่าน มีพุทธคุณด้านแคล้วคลาด ปลอดภัยยิ่ง
ส่วนภาพที่เห็นกันจนชินตา คือท่านั่งยองๆ เป็นเอกลักษณ์ของหลวงพ่อคูณ และการใช้ไม้เคาะหัว เพื่อให้พรญาติโยมที่มากราบไหว้ ความศรัทธาที่ญาติโยมมีให้ท่านนั้นมากล้น จนได้รับการเปรียบว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด” เป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวโคราช
รวมทั้งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระนักพัฒนา หลวงพ่อคูณได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับ จ.นครราชสีมา และจังหวัดอื่นๆ นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะการสร้างโรงเรียนและโรงพยาบาล คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดหลายพันล้านบาท

พระภาวนาประชานาถ หรือ หลวงพ่อนุช เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ รูปปัจจุบัน กล่าวว่า หลวงพ่อคูณเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาว อ.ด่านขุนทด เนื่องจากอำเภอนี้เป็นพื้นที่ห่างไกลความเจริญ มีความทุรกันดารมากและไม่มีแหล่งท่องเที่ยวใดๆ เลยที่จะดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาเยี่ยมเยือน แต่ด้วยบารมีของหลวงพ่อคูณก็ทำให้กลายเป็นอำเภอหนึ่งที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ แม้ว่าปัจจุบันนี้หลวงพ่อคูณจะมรณภาพไปแล้วก็ตาม แต่สาธารณประโยชน์ต่างๆ ที่ท่านได้สร้างไว้ก็ยังคงอยู่ จึงทำให้ทุกวันจะมีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนมากราบไหว้หุ่นขี้ผึ้งของท่านอย่างไม่ขาดสาย

loading...

นายทวัฒน์ชัย แสนประสิทธิ์ กำนันตำบลกุดพิมาน และคณะกรรมการของวัดบ้านไร่ มองว่า หลวงพ่อคูณนั้นได้ตั้งปณิธานไว้ว่าต้องการสร้างคนให้เป็นคนดีของชาติ ดังนั้นท่านจึงมุ่งที่จะบริจาคเงินสร้าง 2 สิ่งเป็นหลัก คือ สร้างโรงเรียนกับโรงพยาบาล
สำหรับโรงเรียนนั้น ท่านบอกว่าเป็นสถานที่สร้างคนให้มีความรู้ เพื่อที่จะนำไปประกอบอาชีพที่สุจริต ซึ่งขณะนั้นตามชนบทต่างๆ มักจะขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ แม้แต่ท่านเองก็ยังพลาดโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือสูงๆ ตามที่ได้ตั้งใจไว้ ดังนั้น ทุกครั้งที่มีชาวบ้านมาบริจาคเงิน ท่านจะแบ่งเงินเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อสร้างโรงเรียนกับโรงพยาบาล
ส่วนการสร้างโรงพยาบาล ท่านบอกว่า เมื่อคนเราเจ็บป่วยก็จะทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัวเจ็บป่วย ทำงานเลี้ยงครอบครัวไม่ได้ ก็จะเดือดร้อนไปถึงคนในครอบครัวด้วย ดังนั้น รพ.จึงเป็นเสมือนที่ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับคนได้อย่างมหาศาล

ขณะที่ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า คุณประโยชน์ที่หลวงพ่อคูณท่านได้ทำไว้กับ จ.นครราชสีมานั้นมีมากจนนับไม่ถ้วน ท่านเป็นทั้งพระเกจิอาจารย์ พระนักพัฒนา และพระนักเทศน์ ซึ่งชาวโคราชให้ความเคารพนับถือยิ่งนัก ครั้งหนึ่งท่านเคยนำเงินจำนวน 72 ล้านบาท ขึ้นทูลเกล้าฯถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่พระองค์ได้พระราชทานเงินคืน หลวงพ่อคูณจึงได้นำเงินจำนวน 72 ล้านบาทมาตั้งเป็นกองทุนมูลนิธิโครงการอาหารกลางวัน หลวงพ่อคูณปริสุทฺโธ เมื่อปี 2542 โดยมีกองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ดูแลมูลนิธิ ซึ่งทุกปีจะนำเงินดอกเบี้ย จำนวน 4-5 ล้านบาทไปมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อทำอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสได้มีอาหารกลางวันรับประทานอย่างทั่วถึง
“ท่านยังได้ขุดสระน้ำบนพื้นที่หลายร้อยไร่ข้างวัด ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้สำหรับอุปโภคบริโภคของชาวบ้านใน ต.กุดพิมานและพื้นที่ใกล้เคียง ในช่วงหน้าแล้ง จึงนับว่าท่านเป็นพระมหาเถระที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับจังหวัดเป็นอย่างมาก” นายวิเชียรกล่าว
หลังจากหลวงพ่อคูณมรณภาพได้มีการบริจาคสรีรสังขารให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ให้แก่นักศึกษาแพทย์ได้ใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งจะสิ้นสุดกระบวนการเรียนการสอนในเดือนมิถุนายน 2561 จากนั้นจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพที่คาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายปี

loading...

นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. กล่าวว่า พิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ทาง มข.ได้ออกแบบจำลองเมรุลอยหลวงพ่อคูณเรียบร้อยแล้ว โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่าง มข.กับหลายหน่วยงานในจังหวัด อาทิ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา และคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ออกแบบเมรุลอยและโครงสร้างที่ประกอบเมรุลอย พระเทพวิทยาคม เป็นรูปนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกสีขาวทั้งหลัง ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสานที่นิยมสร้างนกหัสดีลิงค์ประกอบเมรุลอยพระเถระชั้นผู้ใหญ่
ขณะที่ นายนิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. ประธานกรรมการฝ่ายออกแบบเมรุลอยหลวงพ่อคูณ กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ได้เตรียมการสร้างเมรุลอยหลวงพ่อคูณที่เป็นรูปนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกสีขาวบริสุทธิ์ทั้งหลัง จินตนาการถึงสวรรค์ บนฐานแปดเหลี่ยม สูง 22.6 เมตร และฐานเมรุกว้าง 16 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด พร้อมประดับประดาด้วยสรรพสัตว์ต่างๆ จากเขาพระสุเมรุ เพื่อจำลองเขาพระสุเมรุตามคติในพระพุทธศาสนา โดยออกแบบใหม่ทั้งหมดให้มีรูปทรงและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยแสดงถึงอัตลักษณ์ความโดดเด่นของชาวอีสาน เพื่อให้ผลงานออกมาวิจิตรงดงามที่สุด สมกับเป็นสถาบันที่เป็นศูนย์รวมทางความคิด สติปัญญา และการศึกษาของภาคอีสาน
นายนิยมยังบอกด้วยว่า นกหัสดีลิงค์ที่ประกอบเมรุลอยนี้ยังจะถูกสร้างให้มีกลไกในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ได้ อาทิ หันศีรษะ ม้วนงวง กะพริบตา กระดิกหู และมีเสียงร้อง เพื่อประกอบพิธีการในวันพิธีพระราชทานเพลิงสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ
ตามตำนานนกหัสดีลิงค์เป็นสัตว์หิมพานต์ชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ มีกำลังมหาศาล ลำตัวเป็นนกมีปีกและหาง แต่ส่วนหัวเหมือนช้างมีงวงและงา
การสร้างนกหัสดีลิงค์ประกอบเมรุลอย มาจากตำนานโบราณหลายพันปีมาแล้ว

ที่มา มติชน

 

Facebook Comments
loading...