ออก 3 กลุ่มมาตรการแก้บาทแข็ง

loading...

ธปท.จ่อออกมาตรการ 3 กลุ่มดูแล “บาทแข็ง” กลุ่มแรกจะออกภายใน 1-2 เดือนนี้ ผ่อนคลายเกณฑ์การนำเงินออกนอก-การดูแลเงินทุนจากการซื้อขายทองคำ-ลดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ระบุการแข็งค่าของเงินบาท 3 เดือนที่ผ่านมา มาจากการย้ายฐานการผลิต และฝรั่งเข้ามาซื้อกิจการไทย ขณะที่บาทแข็งช่วง 2-3 วัน มาจากแรงต่างชาติเอาเข้ามาซื้อหุ้นบริษัทขนาดใหญ่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยในวันที่ 10 ต.ค.

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในการประชุมนักวิเคราะห์ ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อชี้แจงการดำเนินนโยบาย การเงิน และภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุก 3 เดือน โดยได้ตอบคำถามนักวิเคราะห์ ซึ่งส่วนใหญ่มีความกังวลถึงการแข็งค่าของเงินบาทว่า การแข็งค่าของเงินบาทมาจากหลายประเด็น โดยส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ในต่างประเทศที่เข้ามากระทบ โดยเหตุการณ์ที่ต้องจับตาในขณะนี้คือ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง นอกจากนั้น ยังเกิดขึ้นจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ตั้งแต่ต้นปีเกินดุลแล้ว 25,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเงินทุนที่ไหลเข้าในหลายปัจจัย ทั้งการไหลเข้าของเงินทุนในหุ้น และหลักทรัพย์ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ ที่เรียกว่าเงินไหลเข้าเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ การไหลเข้าของเงินทุนโดยตรง หรือเอฟดีไอที่เพิ่มขึ้น

“ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เราจะเห็นทั้งการนำเงินเข้ามาลงทุนจากการย้ายฐานการผลิตเข้ามาประเทศไทย และการเข้ามาซื้อกิจการบริษัทไทยของทุนต่างประเทศ โดย 2-3 วันที่ผ่านมา ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นก็มาจากนักลงทุนต่างประเทศ นำเงินเข้ามาเพื่อลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนั้น เงินทุนต่างชาติอีกส่วนที่มักจะเข้ามาในช่วงที่มีความผันผวนนักลงทุนต้องการ ลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย คือเงินที่เข้ามาผ่านการซื้อขายทองคำ โดยเฉพาะนักลงทุนไทยที่นิยมลงทุนในทองคำอยู่แล้ว โดยจากการเกินดุลบัญชี เดินสะพัดในปีนี้ 25,500 ล้านเหรียญฯ เป็นส่วนของทองคำ มากถึง 4,000-5,000 ล้านเหรียญฯ”

ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวต่อว่า ในส่วนของเงินระยะสั้นที่เข้ามาลงทุนในหุ้นและพันธบัตรนั้น ธปท. ได้ออกมาตรการเพื่อดูแลการพักเงินระยะสั้น ทำให้ตั้งแต่เดือน ส.ค.จนถึงปัจจุบัน เงินส่วนนี้กลายเป็นไหลออกสุทธิ 4,500 ล้านเหรียญฯ และ ธปท.กำลังพิจารณามาตรการผ่อนคลายการไหลอออกของเงินทุน และลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทเพิ่มใน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ 1.การเร่งการเปิดเสรีการนำเงินทุนออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยมี 3 มาตรการย่อยคือ 1.การผ่อนคลายเกณฑ์ให้นักลงทุนนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น ทั้งการลงทุนผ่านสถาบัน และการลงทุนด้วยตนเอง 2.การขยายระยะเวลาการพักเงินตราต่างประเทศของผู้ส่งออกในต่างประเทศเพิ่มขึ้น และ 3.เพิ่มผู้เล่นในตลาด ซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างการแข่งขัน และช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนในการซื้อขายเงินต่างประเทศ
ขณะที่กลุ่มมาตรการที่ 2 เป็นมาตรการที่จะดูแลเงินทุนที่ไหลเข้าจากการซื้อขายทองคำ ซึ่งเป็นแรงกดดันที่เข้ามาซ้ำเติมค่าเงินบาท แต่จะเป็นเพียงมาตรการที่ลดแรงกระแทกในช่วงที่กดดันเงินบาทเท่านั้น โดยยืนยันว่าไม่ใช่การห้ามซื้อขายหรือมีผลกระทบต่อการซื้อขายทองคำ ส่วนมาตรการกลุ่มที่ 3 จะเป็นการประสานกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนอื่นๆ เพื่อลดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด กระตุ้นให้เกิดการลงทุนที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบ เทคโนโลยีและเครื่องจักรมากขึ้น โดยโครงการที่ตนเห็นว่าควรจะเร่งการลงทุน คือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมที่รองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ IOT ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นแนวโน้มที่ภาคเอกชนต้องการลงทุน นอกจากนั้น อีกส่วนหนึ่งคือ การปฏิรูปกฎหมายและลดกติกาที่เป็นต้นทุนแฝงของภาคธุรกิจ ซึ่งจะช่วย ให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) แข่งขันกับรายใหญ่ได้ดีขึ้น

loading...

“ธปท.อยู่ระหว่างการดำเนินการ และติดตามสถานการณ์เงินทุนต่างประเทศ และค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยมาตรการในกลุ่มแรก เนื่องจากอยู่ในแผนพัฒนาตลาดทุนของ ธปท.และส่วนใหญ่ ธปท.สามารถออกเกณฑ์ได้ด้วยตัวเอง จึงคาดว่าจะออกมาได้ภายใน 1-2 เดือนนี้”.

Facebook Comments
loading...