สรุปคดีฆ่าปริศนา กลิ่นเกสร รถจมคลอง

สรุปคดีฆ่าปริศนา กลิ่นเกสร รถจมคลอง

คดีปริศนาที่สังคมจับตาอยู่ ณ ขณะนี้ คงหนีไม่พ้น “เซลส์สาวสวยหาย 3 ปี พบอีกทีเป็นศพจมน้ำอยู่ในรถเก๋ง” เธอตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนั้นได้อย่างไร ใครเป็นคนร้าย ใครบงการ ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเหตุการณ์ฆาตกรรมปริศนาไว้ ดังต่อไปนี้
9 ธ.ค.62 มีชาวบ้านคนหนึ่งไปสูบน้ำเพื่อทำการเกษตร แต่ดันไปพบรถยนต์คันหนึ่ง เป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นพัลซาร์ สีขาว นอนหงายท้องอยู่กลางคลองน้ำชัยนาท-ป่าสัก ต.หนองโป่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี

ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าไปตรวจสอบรถยนต์ปริศนาทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้รถยกดึงเข้าริมตลิ่งนานกว่า 3 ชั่วโมง และเมื่อเข้าตรวจสอบภายในรถ ทุกคนในบริเวณนั้น ถึงกับตกตะลึงสุดขีด

ภายในรถ พบโครงกระดูก คาดว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ มีผ้าปูที่นอนมัดร่าง มีเทปปิดปาก รวมถึงซิลิโคนที่ผู้ตายทำหน้าอกไว้ก่อนจะเสียชีวิต อีก 1 คู่ ส่วนรถยนต์มีโคลนดินเกาะรอบคัน กระจกรถแตก มีตะไคร่น้ำจับตัวถังรถ และพบบัตรประชาชนของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ น.ส.กลิ่นเกสร วงษ์สิงห์
เจ้าหน้าที่ตรวจค้นหาเจ้าของรถทันที และพบว่าเธอคือ น.ส.กลิ่นเกสร วงษ์สิงห์ อายุ 36 ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ร่างที่อยู่ในรถจะเป็นกลิ่นเกสรหรือไม่ (ต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์)

ตำรวจไม่สามารถติดต่อ กลิ่นเกสร ผู้เป็นเจ้าของรถได้ จึงประสานไปยังญาติเจ้าของรถ นั่นก็คือ นางลั่นทม วงษ์สิงห์ อายุ 56 ปี ผู้เป็นแม่

เมื่อผู้เป็นแม่ทราบข่าว เธอได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุทันที โดยผู้เป็นแม่ปักใจเชื่อในทันทีว่า ศพที่อยู่ในรถต้องเป็นลูกสาวของเธออย่างแน่นอน เพราะลูกสาวขับรถคันนี้ และหายตัวไปนานถึง 3 ปีแล้ว และผู้เป็นแม่ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่า

ลูกสาวที่หายไปพร้อมรถคันนี้ชื่อ กลิ่นเกสร หรือ ต่อ มีอาชีพเป็นเซลส์ขายปุ๋ย อยู่บริษัทผลิตปุ๋ยแห่งหนึ่งในอำเภอพระพุทธบาท ลูกสาวมีกิจการขายสเต๊ก และเปิดร้านเช่าชุดไทย
ผู้เป็นแม่ยังให้รายละเอียดอีกว่า กลิ่นเกสร หายตัวไปตั้งแต่ 12 พ.ย. 2559 ญาติๆ ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.พระพุทธบาท แต่คดีไม่คืบหน้า จากนั้น ญาติๆ ได้เดินทางไปร้องเรียนที่กองปราบปราม แต่ทำอย่างไรก็ไม่มีวี่แววว่าจะพบตัวกลิ่นเกสร

เบาะแสสุดท้าย ก่อนกลิ่นเกสรหายตัวไป เธอได้เล่าให้ญาติๆ ฟังว่า มีชายสูงอายุมาติดพันเธอ เป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี ซึ่งชายคนนี้มีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ฝ่ายชายชอบมีอารมณ์หึงหวง จึงเกิดปากเสียงกับกลิ่นเกสรบ่อยครั้ง และชายคนนั้นก็คือเจ้าของกิจการปุ๋ยที่เธอทำงานอยู่นั่นเอง

ประโยคสุดท้ายที่เธอบอกกับแม่ก็คือ เธอจะไปนอนที่บริษัทผลิตปุ๋ย ซึ่งสิ่งนี้ทำให้แม่และญาติๆ ปักใจเชื่อว่า ชายสูงอายุคนดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเธอ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ภาพวงจรปิดคืนวันที่ 12 พ.ย. 59 เวลา 03.06 น. จับภาพขณะที่รถของกลิ่นเกสรขับออกจากโรงงานผลิตปุ๋ย ก่อนจะไปพบรถของเธอจมอยู่ในคลอง

ส่วนตัวละครอีกหนึ่งตัวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ตัดทิ้งก็คือ สามีเก่าของกลิ่นเกสร ซึ่งกลิ่นเกสรเคยแจ้งความไว้ที่ สภ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ในข้อหาพยายามทำร้ายร่างกาย ก่อนที่ทั้งคู่จะมีการหย่าร้างกันไป แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ตัดใครออกจากคดีนี้ทั้งสิ้น เนื่องจากผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี มีผู้ชายมาติดพันหลายคน

11 ธ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นบริษัทปุ๋ยที่กลิ่นเกสรทำงาน โดยเจ้าของบริษัทปุ๋ย เป็นคนพาตรวจค้น และปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเรื่องการหายตัวไปของกลิ่นเกสร
เจ้าของบริษัทปุ๋ย ยังให้การอีกว่า เวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 12 พ.ย.59 ได้ปลุกกลิ่นเกสร เพื่อไปแต่งหน้าให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งไม่ทราบว่าที่ไหน พร้อมกับเอากล้องวงจรปิดให้ตำรวจดูว่า กลิ่นเกสรขับรถออกไปคนเดียวจริงๆ

ต่อมา แม่ของกลิ่นเกสร ได้ให้ปากคำเพิ่มเติมว่า ลูกสาวอยู่กินกับเสี่ย (ชายสูงอายุเจ้าของบริษัทปุ๋ย) และเสี่ยได้ลงทุนเปิดร้านให้เช่าชุดแต่งงานและขายสเต๊กหน้าร้านไปด้วย

ต่อมา ลูกสาวเกิดมีปากเสียงกับเสี่ย จนเลิกรากันไป กระทั่ง กลิ่นเกสรไปมีสามีและมีลูก 1 คน อยู่ที่ จ.ชัยนาท และต่อมา กลิ่นเกสร ก็เลิกกับสามี และหวนกลับไปอยู่กับเสี่ยตามเดิม กระทั่งมาหายตัวไป
น้องชายของกลิ่นเกสร บอกกับสื่อว่า ก่อนพี่สาวหายไป พี่สาวร้องไห้ปรับทุกข์ให้ฟังว่า ตอนนี้มีคนสะกดรอยตามมาเป็นอาทิตย์แล้ว ซึ่งคิดว่าอาจเป็นคนของเสี่ยที่ให้ลูกน้องมาตาม เพราะเสี่ยขี้หึง และทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เสี่ยจะข่มขู่พี่สาวตลอด โดยบอกว่า “สามารถฆ่าคนแล้วไม่ติดคุกได้”

น้าสาวของกลิ่นเกสร บอกกับสื่อว่า เธอเชื่อว่ามีการสะกดวิญญาณไม่ให้กลิ่นเกสรออกมาหาญาติๆ เพราะผ่านไปตั้ง 3 ปี ถึงจะพบศพ และกลิ่นเกสรก็มาเข้าฝันด้วย

ครอบครัวของกลิ่นเกสร ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากกลิ่นเกสรหายตัวไป เสี่ยได้เข้ามาดูแลตากับยายของกลิ่นเกสรเป็นประจำ โดยเสี่ยบอกว่า ต่อ (กลิ่นเกสร) สั่งไว้ว่า ถ้าต่อตายขอให้เสี่ยดูแลตากับยายตลอดไป ระหว่างนั้นผู้เป็นตาก็พูดว่า “ถ้าเสี่ยไม่ฆ่า หลานผมไม่ตาย” หลังจากนั้นเสี่ยก็ไม่ไปหาตากับยายอีกเลย และเสี่ยก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจที่คนรักหายไป
ญาติของเสี่ย ออกมาตอบกับสื่อว่า เสี่ยไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตามหาโดยไม่เปิดเผย เพราะเสี่ยไม่เคยเปิดเผยกับครอบครัวว่าคบสาวคนไหนบ้าง และเสี่ยก็มีสาวๆ เข้ามาพัวพันหลายคน

12 ธ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมสังหารไว้ 3 ประเด็น คือ เรื่องธุรกิจส่วนตัว ประสงค์ต่อทรัพย์ และปมชู้สาว แต่หลังจากที่มีการสืบสวน น้ำหนักของคดีนี้มุ่งไปทางประเด็นชู้สาว

ส่วนกล้องติดหน้ารถที่หลายคนเข้าใจว่า ไม่สามารถดูคลิปได้แล้ว ล่าสุด ตำรวจได้ส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญกู้ภาพแล้ว
14 ธ.ค.62 นักประดาน้ำ ลงไปงมที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง พบชิ้นส่วนกระดูก กางเกงในจีสตริง ยกทรง ผ้าเทปกาว

นอกจากนี้ ยังพบโครงกระดูกส่วนต้นขาเพิ่มเติมมาอีก จึงมีข้อสงสัย คือ โครงกระดูกส่วนต้นขาที่พบเพิ่มนี้ มีขนาดใหญ่ ซึ่งน่าจะเป็นกระดูกของผู้ชาย จึงเป็นไปได้ว่า มี 2 ศพในรถคันนี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องพิสูจน์เทียบเคียงกับหลักฐานอื่นๆ ด้วย ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ได้สรุปยืนยันในเรื่องนี้.