นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงธุรกิจสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในปี 2562 ว่ามีทิศทางเป็นบวก จากตัวเลขรายได้ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 มีรายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณา 369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการต่อสัญญาใหม่ของลูกค้าที่หมดสัญญา และมีลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายสาขาโรงภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในต่างจังหวัด โดยสิ้นปีนี้เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์จะมีสาขารวมทั้งสิ้น 170 สาขา 812 โรง ครอบคลุม 60 จังหวัด และตั้งเป้าขยายโรงภาพยนตร์ให้ครบ 1,200 โรง ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศในปี 2568 “สะท้อนว่าธุรกิจโรงภาพยนตร์ไม่ได้ถูกดิสรัปชั่น จากบริการสตรีมมิ่ง (Streaming) ทั้งเน็ตฟลิกซ์, ไลน์ทีวี และดิสนีย์พลัส บนอินเทอร์เน็ต อย่างที่หลายคนกังวล

“บริการสตรีมมิ่งไม่สามารถทดแทนโรงภาพยนตร์ได้ เพราะคอนเทนท์แตกต่างกัน จุดเด่นของโรงภาพยนตร์คือคนต้องการดูหนังใหม่ ไม่ชอบรอ แต่สตรีมมิ่งคือหนังซีรีย์ หนังที่ผ่านการเข้าฉายในโรงมาแล้ว และเป็นบริการที่เหมาะกับคนเมืองมากกว่าคนต่างจังหวัด ขณะที่โรงภาพยนตร์ตลาดส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนต่างจังหวัด จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่แสดงว่าโรงภาพยนตร์ไม่ถูกดิสรัปต์ด้วยเทคโนโลยี”
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง มูฟวี่ เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Movie Experience) ประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ ที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการชมภาพยนตร์ที่อื่น ๆ โดยพัฒนาโรงภาพยนตร์ให้เป็นมากกว่าแค่สถานที่สำหรับมาเพื่อดูหนัง แต่เป็นอีกหนึ่ง Lifestyle Destination ที่ทำให้ลูกค้ามาได้บ่อย ๆ มุ่งสร้างประสบการณ์ในการดูหนังโดยออกแบบโรงภาพยนตร์ให้มีฟีเจอร์พิเศษหลากหลายในแต่ละโรงแต่ละระบบ อาทิ โรงภาพยนตร์ระบบ IMAX, 4DX, Screen X พร้อมด้วยโรงภาพยนตร์พิเศษ เช่น โรงภาพยนตร์ VIP, Esports, Living Room Theatre และ Kid’s Cinema เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกกลุ่ม

นายสุรเชษฐ์ กล่าวถึงแผนทำธุรกิจสื่อโฆษณาในโรงภาพยนต์ปี 2563 ว่า จะบริการโฆษณาแบบมีเดีย โซลูชั่น เต็มรูปแบบ โดยศึกษาความต้องการที่แท้จริงของพันธมิตรและเชื่อมโยงการตลาดจาก Online ไปสู่ On Ground ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น เพื่อความร่วมมือทางธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต เน้นการทำ On ground Marketing เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับพาร์ทเนอร์และลูกค้า และเปิดบริการจัดอีเว้นท์ให้ลูกค้าด้วย เช่นที่เคยจัดและประสบความสำเร็จมาแล้ว คือ Movie on The Beach, Movie on The Hill และอีเว้นท์ที่สอดคล้องกับหนังดังในช่วงเวลานั้นๆ รวมถึงกิจกรรมสร้างประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้า

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ จะนำข้อมูล Big Data ที่รวบรวมจากแอพพลิเคชั่น Major Cineplex มาวิเคราะห์เพื่อสร้างแผนการตลาดที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม โดยจัดทำแบบลงลึกเป็น Personalize ทำการตลาดเป็นรายบุคคล ช่วยขยายกลุ่มเป้าหมาย เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่องค์กรต่างๆเข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเมเจอร์ฯ รวมถึงได้ทำงานร่วมกับ Agency โฆษณามากขึ้น โดยมุ่งเน้นเพิ่มฐานลูกค้า Global brand บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่ซื้อสื่อโฆษณาผ่าน Agency โดยจะร่วมกันทำ Workshop วางแผนการทำงานร่วมกัน รวมทั้งจัดแพ็คเกจให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละแบรนด์