อุ้ย สุธิตา ซึ่งตั้งแต่เจ้าตัวแต่งงานและมีลูกแฝดก็ห่างหายไปจากวงการ มาดูเธอว่าอย่างไร

อุ้ย สุธิตา ซึ่งตั้งแต่เจ้าตัวแต่งงานและมีลูกแฝดก็ห่างหายไปจากวงการ มาดูเธอว่าอย่างไร

หลายคนยังคงจำหน้าเธอได้เป็นอย่างดี สำหรับอดีตนางเอกชื่อดัง อุ้ย สุธิตา ซึ่งตั้งแต่เจ้าตัวแต่งงานและมีลูกแฝดก็ห่างหายไปจากวงการ จนมีข่าวเม้าท์ว่าเธอนั้นมีสามีดี เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีราวกับซินเดอเรลล่ากันเลยทีเดียว ล่าสุด อุ้ย สุธิตา ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ Show” ทางช่อง One31 ที่มี หนิง ปณิตา, เบนซ์ พรชิตา และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร
พี่หายหน้า หายตาไปทำอะไรมา?
อุ้ย : ก็ไปเป็นศรีภรรยา เป็นแม่ที่ดีของลูก ดูแลลูก

เราแต่งงานก่อนแล้วตัดสินใจออกจากวงการบันเทิงไปเลย?
อุ้ย : จริงๆ ก็แอบจะออกอยู่เรื่อยๆ ก็เรียนไปเรื่อยๆ ช่วงนั้นก็จบปริญญาโท แล้วก็เจอว่าที่คุณสามี ก็เฟดๆ จากวงการ จะทำงานประจำ แต่ปุ๊บปั๊บรับโชคแต่งงาน คุยกันถึงเรื่องมีครอบครัว มีลูก แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ก็ติดตามสามีทำงานโรงแรม ก็ไปจังหวัดนู้น จังหวัดนี้

หรือเพราะสมัยก่อนไม่ค่อยมีข่าวคนก็เลยไม่รู้ว่าพี่หายไปไหน?
อุ้ย : เราเป็นคนไม่ค่อยเอาเรื่องส่วนตัวมาอยู่แล้ว เราค่อนข้างแยกกันไปเลย แต่ช่วงแต่งงานก็เป็นข่าวดัง ตอนแรกเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะแต่งเร็ว แต่สามีเป็นคนหัวโบราณนิดนึง เขาก็ต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดก็คิดๆ ตรงนั้นไว้

แต่งงานก็แฮปปปี้ดี จนมีลูก?
อุ้ย : ใช่ลูกแฝด ตอนนั้นก็เป็นข่าวอีก น่ารักมาก ก็มาเยี่ยมกันเต็มโรงพยาบาลเลย
คุณหมอบอกว่าครรภ์เป็นพิษ?
อุ้ย : ไม่ถึงขนาดครรภ์เป็นพิษ แต่ว่าตอนที่ตรวจคุณหมอส่องอยู่นาน แล้วคุณหมอมาอธิบายว่าเจอเป็นจุดสองจุดก็คือเป็นหัวใจที่เต้นสองจุด คุณหมอก็จะบอกว่ามันเป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่ปกติ เขาก็บอกให้เราทำใจ ก็กลับบ้านกันแบบอึ้งๆ

แล้วพอรู้ว่ามีลูกแฝดไม่ดีใจหรอ?
อุ้ย : เป็นความกังวลมากกว่า แล้วก็หลอกกันสองคนกับสามีว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็หลอกประมาณ 2 เดือนกว่าจะได้บอกพ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง

ส่วนหนึ่งที่พี่หายไปจากวงการบันเทิงเป็นเพราะว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะสามีดี เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีเลย บ้านสวย เป็นเจ้าหญิง ซินเดอเรลล่า?
อุ้ย : ซินเดอเรลล่าภาคที่ไม่ได้ไปงานปาร์ตี้มากกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าเราชอบทำอะไรกันเอง ไม่ค่อยมีคนอื่น คือปาร์ตี้เยอะ นัดเพื่อนเป็นเรื่องเป็นราว แต่ถ้าวันปกติก็จะมีแค่ครอบครัวเรา ไม่ชอบมีคนใช้อยู่ที่บ้าน เราเป็นประมาณขี้หวงมากกว่า เราก็เลยทำทุกอย่างเอง
แต่ก็มีเหตุการณ์ฉันไม่ไหวต้องแยกทางกันแล้ว?
อุ้ย : มันก็มีช่วงของมัน ด้วยความที่เราห่างวงการ ก็คิดถึงเพื่อน คิดถึงอะไร แล้วพอลูกเข้าโรงเรียน แล้วพอมีลูกก็ลืมคิดไปว่าวันหนึ่งลูกต้องไปโรงเรียน ชีวิตช่วงนี้มันแย่ มันเหนื่อยมาก จันทร์-ศุกร์ ต้องขับรถออกจากบ้าน ไปรับ-ไปส่ง ด้วยความที่งงเวลา ทุกอย่างอยากทำเอง คนขับรถก็ไม่จ้าง

หลังจากนั้นมันพีค แล้วสามีก็เริ่มจากแต่ก่อนบินไปไหนก็ไปทั้งครอบครัว พอช่วงที่ลูกไปโรงเรียนก็มีช่วงเขาอยากพัก เหนื่อย คุณสามีก็บินอย่างเดียวเลย เราก็มีความรู้สึกว่าแล้วฉันล่ะ ทำไมต้องมาอยู่ตรงนี้คนเดียวกับลูก หรือเราไม่โอเคกับตรงนี้ไหม ฉันอยากมีความเป็นอิสระ แล้วเขาก็เริ่มยุ่งกับงานของเขา เขาก็โตขึ้น เป็นช่วงที่ผู้ชายงานก็ดี แต่ผู้หญิงกลายเป็นถอยเข้าคลองไปอยู่บ้าน หน้าก็ไม่ได้แต่ง

คือชีวิตที่ผ่านไปเราดูแลทุกคนหมด แต่หันไปข้างหลังไม่มีใครดูแลฉัน ก็ไม่คุยกับเขา เป็นครั้งแรกที่เราไม่คุย ไม่ต้องการคำตอบ ไม่ต้องการอะไรแล้ว คือแบบให้เขาคิดว่าเราไม่ดีเอง ให้เราไม่สามารถทำได้เอง แต่คุณสามีก็ทน ยอมมาก คือวันนั้นอุ้ยหักดิบไม่เอาแล้วไง วันนั้นเขาไปต่างประเทศ 10 วัน ไม่คุยด้วยเลย ช่วงนั้นน้องประมาณ 8 ขวบ คือมันยุ่งขึ้น หันไปอีกทีเหมือนเราไม่มีใครเลย เหมือนว่าชีวิตฉันหายไปไหน ฉันยังทำงานได้อยู่ ถ้าไม่ไฟต์ตอนนี้ ไม่ต่อสู้เพื่อสิทธิตัวเองตอนนี้ฉันคงไม่ได้ทำอะไรอีกเลย
พอถึงวัยแบบนี้จำเป็นต้องสอนเรื่องเพศศึกษาไหม?
อุ้ย : ที่ไปรับไปส่งลูกเอง มันจะมีบางโมเมนต์ที่เขามีเรื่องอะไรที่ต้องบอกเดี๋ยวนั้น เราจะเป็นแม่ที่ไม่ยัดข้อมูล ไม่สอนอย่างเดียว ดูสถานการณ์ก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นแล้วค่อยแอบสอน

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama