‘ช่อ’ ลั่น ประเทศจะดีกว่านี้ ถ้ามีนายกฯ ที่ไม่ใช่ ‘ประยุทธ์’

‘ช่อ’ ลั่น ประเทศจะดีกว่านี้ ถ้ามีนายกฯ ที่ไม่ใช่ ‘ประยุทธ์’

ช่อ ลั่น ประเทศจะดีกว่านี้ ถ้ามีนายกฯ ที่ไม่ใช่ประยุทธ์ ยัน ต้องแก้รธน.ทั้งฉบับ เผย พ.ร.บ. รับราชการทหารของ “อนาคตใหม่” คือ กฎหมายรักชาติ ไม่ใช่ชังชาติ

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่โรงแรมพักพิงอิงโขง อ.เมือง จ.นครพนม น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเวทีบรรยายพิเศษเรื่อง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย กฎหมายรัฐธรรมนูญ และการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร โดยมีประชาชนในพื้นที่ นักเรียนและนักศึกษาใน จ.นครพนม ให้ความสนใจมาร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก โดย น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่า ประเทศจะดีกว่านี้หากมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดไว้ ต่อให้ประชาชนเลือกใครก็ตามเข้าสภาอย่างถล่มทลาย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะมีเสียงตุนอยู่แล้ว 250 เสียง จาก ส.ว. ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดไว้ให้มีสิทธิ์ออกเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ฉะนั้นแล้ว คนที่เป็นเจ้าของ ส.ว. ก็จะสามารถเป็นนายกฯต่อไปได้เรื่อยๆ ดังนั้น เราต้องเริ่มต้นจากการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้
“ถ้าอยากจะให้การเลือกตั้งสะท้อนเสียงของประชาชนจริงๆ อยากให้นายกฯ มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ต้องเริ่มต้นจากการแก้รัฐธรรมนูญ หากถามว่าจะแก้ไขเรื่องใหญ่ๆ อย่างการแก้รัฐธรรมนูญจะทำได้อย่างไร รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ให้ต้องผ่านเสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่ง หมายความว่าต้องนับเสียจาก ส.ว. ที่พล.อ.ประยุทธ์เลือกเข้ามาด้วยตัวเองอีกด้วย อย่างน้อยพรรคอนาคตใหม่ปักธงในสภาได้สำเร็จ ที่สามารถผลักดันให้เกิดคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หากแต่ต้องดูว่า สัดส่วนในคณะกรรมาธิการชุดนี้มีพรรครัฐบาล 12 คน พรรคร่วมรัฐบาล 18 คน ฝ่ายค้าน 19 คน ตนอยากตั้งคำถามว่า พรรครัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล คือกลุ่มเดียวกันหรือไม่? ตกลงคณะกรรมาธิการนี้สามารถเป็นความหวังในการแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ แต่ในเมื่อได้ตั้งคณะกรรมาธิการมาแล้ว เราต้องช่วยกันผลักดันกันอย่างเต็มที่” น.ส.พรรณิการ์​ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคอนาคตใหม่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ การแก้ใหม่ทั้งฉบับ โดยเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง หากพูดให้เข้าใจอย่างง่ายคือ ข้อตกลงร่วมกันที่จะอยู่กันอย่างไร รัฐธรรมนูญ 2560 นี้ได้ชื่อว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ปลอดรัฐประหาร นั่นเพราะอำนาจจากการรัฐประหารได้ย้ายเข้ามาสู่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เรียบร้อยแล้ว
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร ​ที่พรรคอนาคตใหม่เสนอ ว่า สิ่งที่เราเสนอนั้น ไม่ได้ต้องการไม่ให้มีทหารเกณฑ์ คือต้องเป็นทหารโดยสมัครใจ ไม่ใช่บังคับเกณฑ์ และนี้ไม่ใช่ข้อเสนอที่ไม่ให้มีทหาร เพียงแต่ต้องการปฏิรูป โดยการยกระดับสวัสดิการของทหารเกณฑ์​ให้มีประสิทธิภาพ​มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าว ​ได้ถึงมือนายกรัฐมนตรี​ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงต้องกดดันและติดตามเพราะเกรงว่า นายกฯ จะปัดตกร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ซึ่งเรายืนยันว่า กฎหมายนี่คือกฎหมายรักชาติ ไม่ใช่ชังชาติอย่างที่มีคนมาโจมตีพรรคอนาคตใหม่ ยกเลิกบังคับไม่ได้หมายความว่าไม่มีทหาร เราต้องการความเท่าเทียมกันในสังคม นี่คือนโยบายรักชาติ ให้คนในชาติมีสวัสดิการที่ดีขึ้น เพราะชาติคือประชาชน เราต้องการให้ทหารชั้นผู้น้อยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีกองทัพที่เป็นมืออาชีพ เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ​มากขึ้น เทียบเท่ากับนานาอารยประเทศ​