‘อุตุฯ’ เตือน ทั่วประเทศฝนกะปริบกะปรอย

‘อุตุฯ’ เตือน ทั่วประเทศฝนกะปริบกะปรอย

น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกตอนบน มีอุณหภูมิลดลง ส่วนคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกได้เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเมียนมาและภาคเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนในระยะนี้

ทั้งนี้ บริเวณภาคเหนือจะมีอากาศเย็นกับมีฝนบางพื้นที่ โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ ขณะที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส โดยพื้นที่ราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด อยู่ที่ 16-20 องศาเซลเซียส ยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด อยู่ที่ 5-14 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก จะมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ขณะที่ ภาคใต้ฝั่งอันดามัน มีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ และฝั่งอ่าวไทยมีฝนร้อยละ 20 ของพื้นที่
“ในพื้นที่ที่มีฝน ยกเว้นภาคใต้ เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งไม่ช่วยบรรเทาภาวะภัยแล้งที่ประสบอยู่ให้เบาบางลง แต่จะทำให้อุณหภูมิลดลงต่อเนื่องสอดคล้องกับบรรยากาศช่วงเคาท์ดาวน์ แต่โดยรวมจะไม่หนาวเย็นเหมือนช่วงก่อนหน้าที่ได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศเย็นขนาดใหญ่ แต่ระยะนี้เป็นมวลอากาศเย็นระดับปานกลาง” น.อ.สมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้​ จากข้อมูลพบว่า ปี 2562 มีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 15-16% เป็นอันดับสองรองจากปี 2522 ที่ประสบปัญหาภัยแล้งมากที่สุด ส่วนอันดับ 3 คือปี 2535 ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), กรมชลประทาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้มีการจัดตั้งศูนย์บริการประชาชน 118 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งหรือขาดแคลนน้ำ สามารถขอความช่วยเหลือจากโครงการชลประทานในพื้นที่