ของขวัญปีใหม่ขอรัฐแก้ปัญหาของแพง

ของขวัญปีใหม่ขอรัฐแก้ปัญหาของแพง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้รับทราบผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล พ.ศ.2563 ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เสนอ โดยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 5,000 คน ระหว่างวันที่ 22 ต.ค.-3 พ.ย.2562 โดยประชาชนได้รับความเดือดร้อนในรอบปี 2562 มากที่สุด คือสินค้าอุปโภค-บริโภคราคาแพง คิดเป็น 23.3% รองลงมาคือปัญหาจากการทำเกษตรกรรม เช่น ต้นทุนสูง ผลผลิตราคาตกต่ำและผลผลิตเสียหายจากแมลง/โรคระบาด คิดเป็น 20.6%
สำหรับของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2563 ที่ต้องการจากรัฐบาลมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาสินค้าอุปโภค-บริโภคราคาแพง คิดเป็น 50.9% รองลงมา คือการแก้ปัญหาด้านการเกษตร เช่น ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และหาตลาดรองรับ คิดเป็น 30.6% ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ ประชาชนมีความเชื่อมั่นในระดับเชื่อมั่นมาก-มากที่สุด 39.7% เชื่อมั่นปานกลาง 44.4% ไม่มีความเชื่อมั่น 2.2%

ส่วนความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อมาตรการ “ชิมช้อปใช้” พบว่าประชาชนมีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุดคิดเป็น 36.2% พึงพอใจปานกลาง 36.3% ขณะที่พึงพอใจในระดับน้อย-น้อยที่สุด และไม่พึงพอใจ 27.5% โดยให้เหตุผล เช่น ระบบการลงทะเบียนและการใช้สิทธิ์ยุ่งยาก ซับซ้อน คิดเป็น 11.3% สิ้นเปลืองงบประมาณ/ไม่เกิดประโยชน์ คิดเป็น 8.1%

ส่วนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1.ควรมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น เช่น ควบคุมราคาสินค้า แก้ปัญหาด้านการเกษตร แก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง แก้ปัญหายาเสพติดและสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ 2.ควรมีการส่งเสริมโครงการและสวัสดิการของรัฐให้ทั่วถึงและเพียงพอ เช่น ดูแลผู้สูงอายุ รักษาพยาบาลฟรี สนับสนุนทุนการศึกษา จัดหาที่อยู่อาศัย 3.ควรมีนโยบายเร่งช่วยเหลือผู้ว่างงาน ถูกเลิกจ้าง เช่น ชดเชย เยียวยา อบรมสร้างอาชีพเสริม 4.มาตรการที่ภาครัฐจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมควรมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน.