จอย-ศิริลักษณ์ เผยหมดเปลือก หายจากวงการบันเทิงนานฯ

loading...

จอย-ศิริลักษณ์ เผยเหตุผลหายหน้าจากวงการบันเทิงนานหลายสิบปี พร้อมเปิดหัวใจเล่าถึงสาเหตุที่คบแฟน แต่ไม่เปิดตัว


หายหน้าจากหน้าจอโทรทัศน์ไปนานเป็นสิบปีเลยทีเดียว สำหรับนักแสดงสาวรุ่นใหญ่ จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ที่ตัดสินใจเฟรดตัวเองออกจากวงการในตอนที่มีชื่อเสียงอย่างมาก จนเป็นคำถามมาตลอดว่าตกลงเธอหายไปไหน และตอนนี้หัวใจเธอมีใครดูแลหรือยัง ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางไปอัพเดททุกประเด็นในรายการคุยแซ่บ Show โดยสาวจอยเล่าว่า
“ที่หายไปหลักๆไปเรียน ตอนนั้นสนใจในสิทธิของประชาชนเราก็ไปเรียนอาชญาวิทยาในเรื่องกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ตอนที่ไปเรียนเริ่มต้นปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็เป็นอาชญาวิทยาการบริการงานยุติธรรมเรื่อยมาจนมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยมหิดลก็เป็นอาชญาวิทยาการบริหารยุติธรรมและสังคม ระหว่างทางก่อนจะโทไปเอกก็ไปเรียนด้านเรื่องวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและสุขภาพของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่ละอย่างที่ไปเรียนมันเป็นเรื่องของความรู้สึกเรา เช่น ตอน ป.โท เราสนใจเรื่องสิทธิ สนใจเรื่องกระบวนการบยุติธรรม เราสนใจเรื่องผู้ต้องขังหญิง เพราะว่าความเป็นผู้ต้องขังหญิงมันมีผลกระทบเยอะ ไหนจะมีลูกอีก เด็กที่เกิดมาเป็นเยาวชนของชาติในอนาคต เราก็มองหลายเรื่อง ก็เลยเรียนเลยดีกว่า”


จอย เล่าต่อว่า “อายุของเราจริงๆก็ห่างกันประมาณ 1 รอบ นิสัยเรามันขี้หึง ขี้หวง ง๊องแง๊ง ที่มาเล่นละครให้เพราะเรามีอารมณ์อ่อนไหว ละเอียดอ่อน เพราะฉะนั้นตรงนี้มันก็มี ถามว่าใครหึงใครคือเราแหละ เขาไม่ได้มีทำอะไรให้เราหึงเลย แต่เรารู้สึกว่าอะไรแบบนี้มันน่ารักดี บางทีเราก็ไม่ได้หึงหรอกนะ แต่สร้างเรื่อง เราว่าถ้ามันกำลังดีมันก็น่ารักดีนะ เขาก็ต้องรู้สึกดีป่าวว่าเรายังใส่ใจ(ยิ้ม)เรื่องเปิดตัว จริงๆจอยไม่ได้ปิดนะ เป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องปกติ ไปทานข้าวก็ทานปกติ แต่เรื่องแหวนอันนี้บอกตามตรงคือไม่ได้คิดเลยว่ามันจะเป็นประเด็นอะไรมาก แหวนก็ใส่มานานมากแล้วและก็เคยออกสื่อมีหนังสือ รายการมาแซวเรื่องแหวน”
“จริงๆถามว่ามีข่าวดีหรือยัง ในทุกวันนี้มันดีแบบนี้ก็ถือว่าดีแล้ว ความรักแต่ละคนก็จะมีรูปแบบเฉพาะบุคคล ก็เชื่อในเรื่องอะไรที่จะเกิดขึ้นเป็นเรื่องตามธรรมชาติ เราเชื่อในเรื่องวาสนา กรรมเวร ทุกคนหนึ่งชีวิตมันยาวนะ เราก็ไม่รู้ว่าเรากับเขาทำบุญกันมาแค่ไหน ถ้าวันนี้ยังเป็นแบบนี้แล้วยังมีความรู้สึกที่ดี เป็นกัลยาณมิตรที่ดี คอยสนับสนุนส่งเสริมกัน เราว่ามันดี ถ้าเขามาขอจอยว่า คนเราโตๆกันแล้วไม่ได้คบไปเรื่อยเปื่อย มันก็ต้องมีจังหวะที่พูดคุย จังหวะที่มีการสื่อสารกับครอบครัว แล้วเราก็ต้องดูช่วงจังหวะชีวิตของเขาหรือของเรา อะไรคือสมดุลของเราแล้วรับกันได้ทั้งคู่ เราว่าอันนี้มันลงตัว เรื่องแต่งงานตอนนี้ยังไม่ได้คิด ตอนนี้คิดว่าอยากจะทำอะไรแล้วก็ทำเลย มีการคิดแผนระยะสั้น แผนระยะยาว แต่จะไม่คิดจนเป็นการคาดหวัง เพราะเมื่อไหร่ที่คาดหวังเราจะกดดันตัวเอง ทุกอย่างมันจะไม่เป็นธรรมชาติแล้ว มันจะสร้างความกดดันให้ตัวเอง สร้างความกดดันให้กันและกัน”

Facebook Comments
loading...