กลุ่มเจนวายมือเติบจ่ายหนัก

กลุ่มเจนวายมือเติบจ่ายหนัก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยปัญหาหนี้ครัวเรือนพุ่ง คาดปี 62 ขยับขึ้นไปแตะ 80-81.5% ผงะ! กลุ่มเจนวายหนี้ท่วม ทั้งบัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล

รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่า สถานการณ์หนี้ ครัวเรือนยังคงเป็ นประเด็นเชิงโครงสร้างที่ต้อง ติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีนัยต่อเนื่องต่อเสถียรภาพของระบบการเงินในภาพใหญ่ ตลอดจนสถานะทางการ เงินของระดับครัวเรือน โดยสถานการณ์ล่าสุด หนี้ ครัวเรือนขยับขึ้ นมามีสัดส่วนประมาณ 79.1% ของจีดีพีในไตรมาสที่ 3/62 ขณะที่แนวโน้มในปีนี้ คาดว่า หนี้ครัวเรือนจะยังเพิ่มขึ้ นในอัตราใกล้เคียงหรือมีโอกาส เติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจ ซึ่งมีความเป็ นไปได้ที่จะเห็นสัดส่วนหนี้ครัวเรือนใน ปี 63 ขยับขึ้นไปอยูในกรอบประมาณ 80-81.5% ต่อจีดีพี
สำหรับภาพรวมของครัวเรือนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมี สัดส่วนภาระหนี้ต่อ รายได้(Debt Service Ratio: DSR) เฉลี่ยที่ 39.4% ของรายได้ต่อเดือน ขณะที่มีรายจ่าย ในชีวิตประจำวันประมาณ 48% ของรายได้ต่อเดือน เท่ากับว่า เงินที่เหลือสำหรับการออม-ลงทุน หรือเก็บไว้ เป็นกันชนยามฉุกเฉินจะมีสัดส่วนเพียง 12% ของรายได้เท่านั้น นอกจากนี้ผู้กู้บางกลุ่มในผลสำรวจฯ มีภาระ หนี้ที่สูงกว่าครัวเรือนโดยเฉลี่ยมาก โดยเฉพาะกลุ่ม GenYมีสัดส่วน DSR อยู่ที่ 42.0% และผู้กู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ต่อเดือน มีสัดส่วน DSR อยู่ที่ 42.7%

ทั้งนี้หากเจาะลึกพฤติกรรมการก่อหนี้ของกลุ่ม GenY ในผลสำรวจฯ พบว่า ประมาณ 47.8% มีหนี้เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งหนี้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นหนี้ ที่ไม่มีหลักประกัน หรือ Clean Loan โดยเฉพาะหนี้ บัตรเครดิต 84% และหนี้ สินเชื่อส่วนบุคคล 48% ซึ่งน่าจะสะท้อนพฤติกรรมการก่อหนี้ เพื่อการใช้จ่าย-อุปโภคบริโภคในระยะสั้น ซึ่งแม้วงเงินสินเชื่อ-หนี้ ประเภทนี้ อาจจะไม่สูง เพราะไม่ใช่เป็ นหนี้ ก้อน ใหญ่เพื่อซื้ อสินทรัพย์ แต่ก็เป็ นสาเหตุให้ผู้กู้มีฐานะทางการเงินที่อ่อนแอลง เพราะมีภาระผ่อนชำระต่อเดือนเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการเน้นสร้างวินัยการใช้เงินและการลดแรงจูงใจในการก่อหนี้ ตาม กระแสบริโภคนิยม ตลอดจนการกำหนดมาตรการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน อาจเป็นแนวทางที่ช่วยชะลอ ปัญหาการเป็นหนี้ เร็วโดยไม่สมเหตุสมผลสำหรับผู้กู้บางกลุ่ม อาทิ กลุ่ม GenY กลุ่ม GenZ และกลุ่มที่สร้างหนี้ เพื่อการใช้จ่ายระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้ครัวเรือนอีกหลายกลุ่ม (โดยเฉพาะกลุ่มไม่มีรายได้ ประจำหรือกลุ่มที่ มีรายได้ค่อนข้างต่ำ) ซึ่งก่อหนี้เพราะความจำ เป็นกดดันอาจต้องการแนวทางการดูแล ปัญหาหนี้ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นโจทย์ที่มีความทับซ้อนกันในมิติของผู้กู้และสถาบันการเงิน