มีการประพรมน้ำพุทธมนต์ครั้งแรก ประสงค์สิ่งใด

มีการประพรมน้ำพุทธมนต์ครั้งแรก ประสงค์สิ่งใด

สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา (จบ)

การประพรมน้ำพุทธมนต์ครั้งแรก

บอกไว้ก่อนว่า ถึงแม้ว่าข้อมูลจะมีปรากฏในพระสูตรในพระไตรปิฎก แต่ก็น่าเชื่อว่าเขียนขึ้นและเพิ่มเติมภายหลัง

เหตุผลง่ายๆ ก็คือ พระพุทธเจ้ามิได้ทรงต้องการให้พระสูตรของพระองค์เป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์

การทำน้ำพระพุทธมนต์และประพรมเพื่อขจัดภูตผีร้ายไม่น่าจะเป็นพุทธประสงค์ ก็ขอเล่าตามตำนานก็แล้วกัน

ที่เมืองไพศาลี เมืองหลวงของแคว้นวัชชีของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีเกิดโรคระบาด (อหิวาตกโรค หรือโรคห่า) ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก เดือดร้อนไปทั่วเมือง

กษัตริย์ลิจฉวีนิมนต์พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดชาวเมืองไพศาลี

พระพุทธองค์พร้อมภิกษุสงฆ์จำนวนมากเสด็จไปตามคำนิมนต์ ทรงมีพุทธบัญชาให้พระอานนท์ พุทธอนุชา สวดรัตนสูตร อันว่าด้วยพระคุณของพระรัตนตรัย เพื่อขจัดโรคร้ายและอำนวยสวัสดีมงคลแก่ชาวเมืองไพศาลี พร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์รอบกำแพงเมือง

ภูตผีปีศาจร้ายได้ปลาสนาการไปหมดสิ้น ชาวเมืองมีกำลังใจเริ่มหายป่วยกันมากขึ้น ดูเหมือนก่อนหน้าพระอานนท์เดินสวดรัตนสูตรและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ฝนตกลงมาห่าใหญ่ชะล้างพื้นให้สะอาด

พระพุทธเจ้าประทับท่ามกลางพุทธบริษัท อันประกอบด้วยกษัตริย์ลิจฉวี ชาวเมือง และภิกษุสงฆ์จำนวนมาก ทรงสวดรัตนสูตรอีกครั้งหนึ่ง

พระพุทธโฆสาจารย์ (พระอรรถกถาจารย์) ได้อธิบายไว้ในอรรถกถาทีฆนิกายว่า พระพุทธองค์ทรงสวดเฉพาะ 5 คาถาแรกเท่านั้น ส่วนคาถาที่เหลือ พระอานนท์สวดมาก่อนแล้ว

เนื้อหาเป็นการสรรเสริญพระคุณของพระรัตนตรัย เช่น ทรัพย์เครื่องปลื้มใจชนิดใดชนิดหนึ่งไม่ว่าในโลกไหน หรือรัตนะอันประณีตสวยงาม ไม่ว่าในสวรรค์ชั้นไหน จะเปรียบปานพุทธรัตนะนั้นหามีไม่

พระธรรมอันปราศจากราคะ อมตะ ประณีต ที่พระพุทธองค์ทรงมีจิตเป็นสมาธิบรรลุแล้วพระธรรมนั้น หาสิ่งใดเสมอเหมือนมิได้

สมาธิใดที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่าเป็นอนันตริกสมาธิ หาสมาธิอื่นใดเสมอเหมือนมิได้

พระอริยบุคคล 8 จัดเป็น 4 คู่ ท่านเหล่านั้นพระสุคตทรงสรรเสริญ ควรทำบุญทำทานที่ถวายแก่ท่านเหล่านั้นมีผลมาก

พระอริยบุคคล ในศาสนาของพระโคตมพุทธะ ขยันขวนขวายด้วยดี มีจิตมั่นด้วยสมาธิไม่มีความใคร่ ได้เสวยความดับกิเลสเปล่าๆ (โดยไม่ต้องซื้อหา)

สัตบุรุษ (คือพระโสดาบัน) ผู้หยั่งรู้อริยสัจ พระตถาคตตรัสเรียกว่าผู้มีศรัทธาไม่คลอนแคลน ดุจเสาหลักเมืองที่ฝังลงดินลึก ลมพัดมาจากทิศทางใดก็ไม่สามารถให้ขยับเขยื้อนได้

พระอริยบุคคล ผู้เห็นแจ้งอริยสัจสี่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ แม้ว่ายังจะเป็นผู้ประมาทโดยมาก ย่อมมาเกิดอีกอย่างมากเจ็ดชาติ

พร้อมกับการบรรลุโสดาปัตติมรรค พระโสดาบันและสังโยชน์ได้ 3 เป็นผู้พ้นจากอบายมุขทั้งสี่ และไม่ทำอนันตริยกรรม 6 (คือ ฆ่าพ่อ, ฆ่าแม่, ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต, ทำสงฆ์ให้แตกกัน และไปนับถือศาสนาอื่น)

พระโสดาบัน แม้จะทำชั่วด้วยกาย วาจา ใจ อยู่บ้าง ก็ไม่ปิดบังกรรมชั่วที่ทำไว้ เพราะผู้เห็นพระนิพพานแล้ว ไม่อาจปิดบังความชั่วที่ตนทำ

พุ่มไม้ใหญ่ในป่า ผลิดอกออกใบ แตกกิ่งก้านสาขา พระตถาคตเจ้าทรงแสดงพระธรรมอันประเสริฐ ให้แตกกิ่งก้านสาขา ชี้ทางนำไปสู่พระนิพพาน ฯลฯ

ท้ายแต่ละพระคาถา มีถ้อยคำว่า ขอความสวัสดีมงคลจงมีแก่ผู้ที่มาประชุมกัน สวดสรรเสริญพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

เรื่องราวจะเกิดขึ้นสมัยพุทธกาลจริง หรือท่านแต่งในภายหลังโยงให้ถึงสมัยพุทธกาลยากจะทราบได้ เพราะเนื้อหารัตนสูตรไม่มีพูดไว้ ส่วน “ฝอยประกอบ” เล่าเรื่องพระอานนท์เดินสวดพระสูตรและประพรมน้ำพระพุทธมนต์นั้น พระอรรถกถาจารย์ท่านแต่งเติม

เมื่อครั้งลังกาทวีปเกิดกาฬโรคครั้งใหญ่ ในรัชสมัยพระเจ้าอปติสสะที่สอง พระเจ้าแผ่นดินทรงนิมนต์พระสงฆ์เดินสวดรัตนสูตรนี้รอบเมือง

ว่ากันว่าโรคภัยได้หายในที่สุด จึงเกิดธรรมเนียมสวดพระปริตรนี้ กำจัดภัยพิบัติในประเทศนั้นสืบมา